‘หมอวรงค์’ ไล่บี้ ‘พิพัฒน์’ เร่งแจง ปมน้ำมันดีเซลหาย 600 - 700 ล้านลิตร ตั้งข้อสงสัยเป็นน้ำมันลมหรือไม่ ชี้ เป็นขบวนการใหญ่ปล้นชาติ ขู่ หากถึงวันที่ใช้อำนาจกรรมาธิการระวังรัฐบาลจะอยู่ไม่ได้อาจมีรัฐมนตรีต้องติดคุก
วันนี้ (10 เม.ย. 69) เวลา 13.00 น. ที่อาคารรัฐสภา นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดีแถลงเพิ่มเติมจากที่ได้อภิปรายในสภาฯ เมื่อวาน ในประเด็นน้ำมันที่หายไป 600-700 ล้านลิตร ว่า เป็นการปล้นชาติอีกรูปแบบหนึ่งในช่วงวิกฤตที่เกิดกับประชาชน และจากข้อมูลที่ตนไปสืบค้นมาจากกรมธุรกิจพลังงาน พบตัวเลขน้ำมันของกลางเดือนมีนาคม โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล หายจากระบบ 600-700 ล้านลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก จึงอยากเรียกร้องให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะ ผอ. ศบก. ต้องมาชี้แจงในสภาฯ แต่เมื่อวาน (9 เม.ย. 69) ตนนั่งรอจนค่ำก็หายเงียบไม่มาชี้แจง จึงทำให้ยิ่งเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวนี้เป็นเรื่องจริง อยากเรียกร้องให้นายพิพัฒน์มาชี้แจงในวันนี้เพราะยังมีเวลา
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ปริมาณน้ำมันที่ส่งไปปั๊มต่าง ๆ ทั่วประเทศในช่วงกลางเดือนไปจนถึงปลายเดือนมีนาคมสูงถึง 70 ล้านลิตร หากเปรียบเทียบในเดือนมกราคม มีน้ำมันส่งไปปั๊มต่าง ๆ ทั่วประเทศ 51 ล้านลิตร ซึ่งมีปริมาณตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเกือบ 20 ล้านลิตรในเดือนมีนาคมแต่ประชาชนถูกจำกัดการเติม พร้อมยกตัวอย่าง เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา คลังน้ำมันจ่ายน้ำไปให้ปั๊มต่าง ๆ 37 ล้านลิตร วันที่ 6 เม.ย. คลังได้จ่ายไปยังปั๊มต่าง ๆ ทั่วประเทศ 46 ล้านลิตร และเมื่อวันที่ 7 เม.ย. น้ำมันดีเซลที่ส่งไปปั๊มต่าง ๆ ทั่วประเทศ 42 ล้านลิตร ซึ่งเชื่อว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการตอกย้ำว่ามีขบวนการปล้นน้ำมันของชาติ
นพ. วรงค์ กล่าวต่อว่า น้ำมัน 600 - 700 ล้านลิตร หากมีจริงไปตรวจคลังจะต้องเจอน้ำมันที่กักตุน แต่เมื่อไม่เจอจึงตั้งข้อสงสัยว่าเป็น “น้ำมันลม” ที่ถูกส่งตัวเลขมาตั้งแต่คลังน้ำมันหรือไม่ และอาจจะถูกโยงไปถึงโรงกลั่นด้วย หากมีขบวนการนี้จริงจะถือเป็นขบวนการใหญ่ในการปล้นชาติ
ทั้งนี้ กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะเอาเรื่องน้ำมันหายมาเป็นคดีพิเศษนั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนคิดว่าหากต้องการจับจริง จับได้ง่ายมากเพราะเมื่อรู้เส้นทางน้ำมันตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำแล้ว โรงกลั่นจ่ายให้คลังน้ำมันเท่าไหร่ คลังที่เป็นผู้ค้าตามมาตรา 7 ก็สามารถตรวจสอบได้ว่ารับมาจากโรงกลั่นเท่าไหร่และจ่ายไปที่ปั๊มเท่าไหร่ และปั๊มสามารถตรวจสอบได้ว่ารับมาจริงเท่าไหร่ แค่นี้ก็ตรวจสอบได้แล้ว ซึ่งการที่ DSI รวมทั้งคณะทำงานของกระทรวงพลังงานไปตรวจสอบ GPS ตามคลังต่าง ๆ ตนคิดว่าเป็นการเล่น “ปาหี่” ซึ่งหากตรวจสอบจริงตรวจสอบได้จากบัญชี เพราะมีอยู่ไม่กี่บริษัทที่มีโรงกลั่นน้ำมัน
“อยากเรียกร้องไปยังนายอนุทิน และนายพิพัฒน์ผู้ที่รับผิดชอบในช่วงที่เกิดปัญหา วันนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของการแถลงนโยบาย และเป็นจุดเริ่มต้นในการทำหน้าที่ของรัฐบาล ถ้าท่านเคลียร์เรื่องนี้ไม่ได้ มันไม่สง่างาม ผมเกรงว่าจะสะดุดและไปไม่รอด ดังนั้นช่วงเวลาที่มีอยู่ขอให้มาเคลียร์เรื่องนี้ ว่าน้ำมันเหล่านี้มันหายไปไหน และจับไอ้พวกขี้โกงมาลงโทษให้ได้ แต่หากท่านเคลียร์ไม่ได้ วันที่พวกผมใช้อำนาจกรรมาธิการ ผมบอกเลยว่าระวังนะ รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ และรัฐมนตรีคนนั้นต้องติดคุก” นพ. วรงค์ กล่าวเย้ำ

