“สุริยะ” แจงปมซื้อเครื่องบินเจ็ทจาก “เบน สมิธ” ยันไม่รู้มาก่อนเอี่ยวทุนเทา ชี้ใช้เงินครอบครัว โอนผ่านธนาคารกรุงเทพในไทยทั้งหมด
วันที่ 10 เม.ย.ที่รัฐสภา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา ในวาระแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา กรณีถูกพาดพิงเรื่องการทำธุรกรรมซื้อเครื่องบินเจ็ทร่วมกับนายเบน สมิธ โดยยืนยันว่า ในช่วงเวลาที่มีการซื้อขายนั้น ตนไม่ทราบมาก่อนว่านายเบน สมิธ จะมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับทุนสีเทา พร้อมระบุชัดว่า หากรู้ก่อน ธุรกรรมดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
นายสุริยะ กล่าวว่า การซื้อเครื่องบินเจ็ทลำดังกล่าวเป็นการซื้อร่วมกับครอบครัว มูลค่ารวม 862 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นสัดส่วนการถือครองของตน 30 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นของญาติ และกระบวนการชำระเงินรวมถึงการจดแจ้งแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2567 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการกล่าวหานายเบน สมิธ ว่าเกี่ยวข้องกับทุนสีเทาแต่อย่างใด
นายสุริยะ ระบุด้วยว่า ประเด็นเกี่ยวกับนายเบน สมิธ ถูกนำมาอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกโดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในเดือน ก.ย. 2568 หรือหลังจากการซื้อขายเสร็จสิ้นไปแล้วครบ 1 ปี จึงเห็นว่าการนำเรื่องดังกล่าวมาพาดพิงตนในภายหลังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามลำดับเวลา
ส่วนกรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตเรื่องเส้นทางการเงินในธุรกรรมเดียวกัน นายสุริยะชี้แจงว่า การชำระเงินทั้งหมดดำเนินการผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาในประเทศไทย ไม่ได้ผ่านธนาคารบีไอซี กัมพูชา ของนายยิม เลียก แต่อย่างใด ขณะที่เงินที่ใช้ชำระเป็นเงินของตนและครอบครัว ซึ่งในส่วนของตนได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2567 และสามารถตรวจสอบได้
“เมื่อชำระเงินแล้ว ก็โอนผ่านธนาคารกรุงเทพในประเทศไทย ส่วนผู้ขายจะโอนเงินต่อไปที่ใด เป็นเรื่องของผู้ขาย ไม่เกี่ยวกับผม” นายสุริยะกล่าว

