xs
xsm
sm
md
lg

ญี่ปุ่นเล็งใช้ "โดรนพลีชีพ-ขีปนาวุธราคาถูก" เสริมเขี้ยวเล็บ รับมือภัยคุกคามจากจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สำนักข่าวโยมิอุริและเกียวโดรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนเตรียมนำฝูงโดรนพลีชีพ (Kamikaze Drones) และขีปนาวุธราคาย่อมเยามาใช้งาน เพื่อยกระดับการป้องกันประเทศและรับมือกับภัยคุกคามในภูมิภาค โดยเฉพาะการขยายอิทธิพลของจีน

ยุทธศาตร์ใหม่นี้มุ่งเน้นไปที่ "การโจมตีแบบบูรณาการ" ระหว่างอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และขีปนาวุธระยะไกล เพื่อทำลายระบบป้องกันทางอากาศและโจมตีฐานปล่อยขีปนาวุธของศัตรู โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโดรนพลีชีพหรืออาวุธปล่อยนำวิถีแบบหมุนวน (Loitering Munitions) ที่มีระยะทำการไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ซึ่งได้รับบทเรียนมาจากความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลางที่โดรนราคาถูกกลายเป็นตัวแปรสำคัญในสงคราม

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมีแผนนำชิ้นส่วนจากอุตสาหกรรมการบินพลเรือนมาใช้ผลิตขีปนาวุธเพื่อลดต้นทุนและระยะเวลาการผลิต เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อ โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากญี่ปุ่นเพิ่งประจำการขีปนาวุธใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ ขีปนาวุธนำวิถีพื้นสู่เรือระยะไกล ไทป์ 25 (Type 25) ในจังหวัดคุมาโมโตะ และอาวุธร่อนความเร็วเหนือแสง ไทป์ 25 (Type 25) ในจังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งขีปนาวุธเหล่านี้สามารถยิงไปถึงชายฝั่งตะวันออกของจีนรวมถึงเซี่ยงไฮ้ได้

ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีนทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิชิ ระบุว่าญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงทางทหารหากเกิดความขัดแย้งในไต้หวัน สร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่รัฐบาลปักกิ่ง

ในด้านความคุ้มค่า แหล่งข่าวระบุว่าขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก (Tomahawk) หนึ่งลูกมีราคาสูงถึง 160 ล้านเยน (ประมาณ 35 ล้านบาท) ในขณะที่โดรนพลีชีพอย่าง ชาเฮด-136 (Shahed-136) ของอิหร่านมีราคาเพียง 5.6 ล้านเยน (ประมาณ 1.2 ล้านบาท) ขณะที่จีนเองก็มีการพัฒนาโดรนรุ่น เอฟแอล-300ดี (FL-300D) ที่มีระยะยิงกว่า 2,000 กิโลเมตร ในราคาเพียง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.5 แสนบาท) ต่อชุดเท่านั้น

ที่มา: South China Morning Post