รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประกาศภายหลังการเจรจาที่กรุงฮาวานาของคิวบาวันนี้ (10 เม.ย.) ว่า รัสเซียจะไม่ทอดทิ้งหรือทรยศคิวบา และวางแผนที่จะช่วยเหลือเกาะคอมมิวนิสต์แห่งนี้ในการแก้ไขปัญหาด้านพลังงานที่เชื่อมโยงกับการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
ระหว่างการแถลงข่าวที่เมืองหลวงคิวบา เซียร์เก รยาบคอฟ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซีย ยังประกาศชัดเจนว่า มอสโกไม่มีเจตนาที่จะละทิ้งผลประโยชน์ของตนในซีกโลกตะวันตก ไม่ว่าสหรัฐฯ จะพูดอะไรก็ตาม ตามรายงานของสื่อแดนหมีขาว
รยาบคอฟ ชี้ว่า ความช่วยเหลือของมอสโกสำหรับคิวบาจะมากกว่าการส่งน้ำมันจำนวนมากไปยังเกาะแห่งนี้เมื่อเดือนที่แล้ว
“ผมมั่นใจว่า เหตุการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาในความสัมพันธ์ของเราจะนำพาเราไปข้างหน้าเพื่อหาทางออกสำหรับปัญหาที่ยากที่สุด...ที่เกิดขึ้นจากมาตรการปิดล้อมเกาะโดยผิดกฎหมายและยอมรับไม่ได้อย่างยิ่งของสหรัฐฯ” รยาบคอฟ กล่าว
“เราไม่สามารถทรยศคิวบาได้ นั่นเป็นไปไม่ได้ เราไม่สามารถปล่อยให้คิวบาอยู่ตามลำพังได้”
รัฐมนตรีผูนี้ยังกล่าวอีกว่า ความต้องการด้านพลังงานของคิวบาเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ
“ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่ชัดเจนว่า เราจะไม่จำกัดปริมาณการจัดส่งของเราไว้แค่ปริมาณที่อยู่บนเรือบรรทุกน้ำมัน อนาโตลี โคลอดกิน” รยาบคอฟ กล่าว
ขณะเดียวกัน สื่อหลายสำนักของรัสเซียอ้างคำพูดของ รยาบคอฟ ซึ่งกล่าวว่า “รัสเซียไม่มีแผนที่จะถอนตัวออกจากซีกโลกตะวันตก ไม่ว่าวอชิงตันจะพูดอะไรก็ตาม... พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับการผลักดันรัสเซียและจีนออกจากภูมิภาค”
รยาบคอฟ ชี้ว่า การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล “ทำให้ชัดเจนว่า การใช้กำลัง การคว่ำบาตร และการออกคำสั่งทางการเมือง ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ต้องการ”
เรือบรรทุดน้ำมัน อนาโตลี โคลอดกิน ซึ่งติดธงรัสเซียและอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เดินทางไปถึงคิวบาเมื่อเดือนที่แล้ว โดยบรรทุกน้ำมันดิบรัสเซียประมาณ 700,000 บาร์เรล ซึ่งเป็นการส่งมอบน้ำมันดิบครั้งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ที่สหรัฐฯ เริ่มตัดการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังเกาะแห่งนี้
สหรัฐฯ ประกาศอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวส่งเชื้อเพลิง ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม
รัสเซียพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์อันใกล้ชิดที่เคยมีกับคิวบาในสมัยสหภาพโซเวียต และเรียกร้องให้สหรัฐฯ อย่าปิดล้อมเกาะแห่งนี้
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศคิวบา บรูโน โรดริเกซ ได้พบกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน และรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซียร์เก ลาฟรอฟ ระหว่างการเยือนมอสโกในเดือน ก.พ.
ที่มา: รอยเตอร์

