xs
xsm
sm
md
lg

เอาแล้ว !! จากตำนาน "จีทูเก๊" ถึง "ดีเซลเก๊"… "หมอวรงค์"แฉกลางสภา งานนี้ "เสี่ยหนู" รอรับแรงกระแทกได้เลย! ** เปิดคำฟ้อง “44 สส.ส้ม” ป.ป.ช. ชี้มุ่งร้าย-ลดทอนสถาบันฯ พร้อมชงตัดสิทธิทางการเมืองตลอดไป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม - อนุทิน ชาญวีรกูล  - ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
ข่าวปนคน คนปนข่าว


++ เอาแล้ว !! จากตำนาน "จีทูเก๊" ถึง "ดีเซลเก๊"… "หมอวรงค์"แฉกลางสภา งานนี้ "เสี่ยหนู" รอรับแรงกระแทกได้เลย!

หนังภาคต่อของ "มหากาพย์คนปราบโกง" เริ่มแล้ว!!

เพราะที่ "หมอวรงค์" นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายต่อร่างนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ "เสี่ยหนูลัลลา" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยตั้งข้อสังเกตต่อประเด็นพลังงานและน้ำมัน ในคำแถลงนโยบายนั้น...ได้ชี้ชัดๆ ว่า งานนี้คือ การโกง มีการทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการน้ำมัน

เพราะเป็นไปไม่ได้ ที่คนดูแล... ระบบน้ำมันของประเทศจะไม่รู้เรื่องเหล่านี้ ปล่อยให้มีการทุจริต มีการโกงชาติบ้านเมืองเกิดขึ้น สร้างความทุกข์ยากให้กับประชาชน แบบ “ปล้นกลางวันแสกๆ”

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม
หากในอดีตมีคำว่า "จีทูจีเก๊" จากกรณีจำนำข้าว วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ "น้ำมันดีเซลเก๊" เพราะน้ำมันจากคลังต่างๆไม่ได้ถูกส่งไปยังปั๊มน้ำมัน ตามที่ควรจะเป็น

เรียกว่า จาก "จีทูจีเก๊" สู่ "ดีเซลเก๊"!

ถ้ายังจำกันได้ สมัยก่อนใครทำ "ข้าวหาย" หมอวรงค์คนนี้แหละ ที่ไปขุดจนเจอ

มาวันนี้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แต่เปลี่ยนจากรวงข้าวมาเป็นหัวจ่ายน้ำมัน!

“หมอวรงค์” ฟาดกลางสภา ดุดันไม่เกรงใจใครว่า วิกฤตน้ำมันแพงรอบนี้ไม่ใช่แค่แพง แต่มันคือการปล้นชาติ!

แถมส่งสัญญานแรงๆ ให้ "เสี่ยหนู อนุทิน" รู้ว่า ไม่ใช่มาตีสำนวนโวหารพูดให้ตัวเองหล่อเหมือนอนุทิน แต่งานนี้มีตัวเลข มีคำอธิบาย ซึ่งก็ต้องบอกว่า รอรับแรงกระแทกได้เลย

อนุทิน ชาญวีรกูล
ที่ว่า "ดีเซลเก๊" เพราะตัวเลขน้ำมันหายไปจากระบบแบบไร้ร่องรอย มากถึง 727 ล้านลิตร!

“หมอวรงค์” กางโพยโชว์ตัวเลขแบบเน้นๆ จากการทำงานของรัฐบาลที่ขยันขึ้นราคาน้ำมัน 8 ครั้ง ในเดือนเดียว โดยที่ผ่านมารัฐบาลชี้หน้าประชาชนว่า กักตุน!

แต่ความจริงจาก “หมอวรงค์” ที่ลงพิ้นที่ทำการบ้าน พบว่า น้ำมันหายไปจากคลังโดยไม่ถึงปั๊ม!

ปั๊มได้น้ำมันแค่ครึ่งเดียว จนชาวบ้านต้องไปเข้าแถวรอเติมเหมือนรอรับส่วนบุญ

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบจากรัฐบาล คือ "ไอ้โม่ง” คือใคร?

งานนี้ “หมอวรงค์” ทิ้งท้ายแบบเจ็บจี๊ดถึงทรวง ว่า มาตรการแก้ปัญหาที่รัฐบาลเข็นออกมา มาก็ช้าดันแก้ไม่ถูกจุดอีกต่างหาก วิเคราะห์สถานการณ์ผิดพลาด จนสร้างความเสียหายยับเยิน!

หนังภาคต่อนี้เพิ่งเริ่มต้น โดยชื่อ "หมอวรงค์" เชื่อได้เลยว่า ไม่ได้มาเล่นๆ แน่

น้ำมันหาย 727 ล้านลิตร ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะแปลงเป็นเงินที่ไอ้โม่งกอบโกยไปมหาศาลแบบว่าต้องร้อง...รวยไม่ไหวแล้ววว!!

ดูทรงงานนี้ "เสี่ยหนู" และ พวกพ้อง ต้องกลับไปศึกษา "จีทูเก๊" ไว้ล่วงหน้าว่า บทสรุปนั้นเป็นอย่างไรนะจ๊ะ!

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
++ เปิดคำฟ้อง “44 สส.ส้ม” ป.ป.ช. ชี้มุ่งร้าย-ลดทอนสถาบันฯ พร้อมชงตัดสิทธิทางการเมืองตลอดไป

. ถึงวันนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ทำการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อดำเนินคดี กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง แก่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมพวกรวม 44 ราย

หรือที่เรียกกันว่า “คดี 44 สส.ส้ม” แก้ ม.112

ก่อนหน้านี้ ชุดคำพูดที่บรรดา “สส.ส้ม” พยายามบอกต่อสังคมก็คือ สส.เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ออกกฎหมาย เสนอแก้กฎหมาย และเรื่องนี้ 44 สส.พรรคก้าวไกล ก็เพียงแค่ลงชื่อเสนอแก้ ม.112 แต่ยังไม่ได้แก้เลย ก็ถูกฝ่ายตรงข้ามใช้ “นิติสงคราม” มาเล่นงานเสียก่อน

คราวนี้มาดูความจริงอีกด้าน คือคำฟ้องที่ป.ป.ช. ระบุในสำนวนที่ยื่นฟ้องต่อศาล ว่ามีรายละเอียดและข้อความสำคัญ อะไรบ้าง
. คดีนี้เป็นคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1/2569 กล่าวหา “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับพวกรวม 44 คน” ผู้คัดค้าน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค ผู้คัดค้านทั้ง 44 จึงย้ายมาสังกัดพรรคก้าวไกล

ระหว่างวันที่ 10 ก.พ.64 ถึงวันที่ 20 มี.ค.66 เวลากลางวันและกลางคืน ต่อเนื่องกัน ขณะที่ผู้คัดค้านทั้ง 44 ดำรงตำแหน่งสส. ได้กระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยมีเจตนากระทำการโดยไม่สมควร ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และเกียรติยศของประมุขแห่งรัฐ ร่วมกันเสนอ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ให้มีบทบัญญัติ ที่เป็นการลดทอนสถานะความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง การเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้

แม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่ ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอจะต้องอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมาย ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งถึงข้อบกพร่องดังกล่าว ให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 ทราบแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้ง 44 ยังคงยืนยัน จะเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว

การกระทำของผู้คัดค้านทั้ง 44 จึงเป็นการกระทำอันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้ง ที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยไม่ยึดมั่น และธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง

วีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร
ในตอนท้าย ป.ป.ช.ขอให้ศาลฎีกาได้โปรดมีคำพิพากษา หรือคำสั่งให้ผู้คัดค้าน ที่เป็น สส.อยู่ในปัจจุบัน จำนวน 10 คน ประกอบด้วย สส.แบบบัญชีรายชื่อ 8 คน คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, รังสิมันต์ โรม, วาโย อัศวรุ่งเรือง, ณัฐวุฒิ บัวประทุม และ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส่วนอีก 2 คน เป็น สส.กทม. คือ ธีรัจชัย พันธุมาศ และ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง จนกว่าจะมีคำพิพากษา ให้สส.ทั้ง 10 คนดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง นับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้ง 44 และห้ามมิให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดไป และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้ง 44 มีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปี

ทั้งนี้ ตามกระบวนการ เมื่อศาลฎีการับคำร้องจากป.ป.ช.แล้ว จะตั้งองค์คณะไต่สวน มาพิจารณาสำนวนคดีว่า มีความครบถ้วน ถูกต้องหรือไม่ จึงจะวินิจฉัยว่า จะสั่งผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่

ตอนนี้ก็เหลือแค่ติดตามว่า ศาลฎีกาจะมีคำสั่งออกมาในวันไหน

ส่วนจะสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ บรรดา“สส.ส้ม” ดูเหมือนจะรู้ชะตากรรมดี อย่างเช่น “เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร” ก็เพิ่งโอดครวญระหว่างการอภิปรายเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า อาจเป็นการอภิปรายในสภาฯ ครั้งสุดท้ายของเขา

ขณะที่ “วีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร” ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทน“เท้ง ณัฐพงษ์” ก็ออกมาเปิดตัว เปิดหน้า แสดงความคิดความเห็นผ่านสื่อถี่ขึ้น