เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – เครื่องบินทิ้งระเบิดสหรัฐฯ B-52 บินกลับมาอังกฤษพร้อมระเบิดหนัก 70,000 ปอนด์พบจอดอยู่ในฐานทัพอากาศอังกฤษ RAF แฟร์ฟอร์ด (RAF Fairford) ในกลอสเตอร์เชอร์ (Gloucestershire) อังกฤษ หลังข้อตกลงหยุดยิงอิหร่าน 2 สัปดาห์เริ่มต้นบังคับใช้ระหว่างคนในพื้นที่จ.กระบี่ตื่นตกใจเห็นเครื่องบินทหารอเมริกันแห่เข้ามาจอดที่สนามบินกระบี่ทั้งเครื่องบินขนส่งทหาร C-130 อากาศยานบินขึ้นลงแนวดิ่งสหรัฐฯ MV-22 Osprey และเฮลิคอปเตอร์ H-60 Seahawk บินขึ้นลงจอดทั้งวันทั้งคืนพร้อมทหารอเมริกันในเครื่องแบบ
เดอะซันของอังกฤษของอังกฤษรายงานวันพุธ(8 เม.ย)ว่า ภาพปรากฏออกมาแสดงให้เห็นทหารกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่ฝูงเครื่องบินที่น่ากลัวรวมเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 Stratofortress และเครื่องบินทิ้งระเบิด Rockwell B-1 Lancer หลังบินกลับเข้ามาอีกครั้ง
B-52 มีฉายา “ผีเสื้อเหล็ก” (Iron Butterfly) นั้นมีความสามารถในการเปิดปฎิบัติการไกลกว่า 1,500 ไมล์
และเครื่องบิน B-52 แต่ละลำมีราคาร่วม 2 พันล้านดอลลาร์ศักยภาพในการบรรทุกอาวุธได้ถึง 31 ตันทั้งระเบิด ทุ่นระเบิดและมิสไซล์
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังอยู่ระหว่างการเยือนตะวันออกกลางทั้งซาอุดีอาระเบีย และยูเออี โดยเดอะการ์เดียนรายงานวันพุธ(8)ว่า สตาร์เมอร์ระหว่างการเยือนได้กล่าวว่า อังกฤษต้องการช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในระหว่างการเยือนซาอุดีอาระเบีย ผู้นำอังกฤษได้หารือร่วมกับมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน
เดอะการ์เดียนชี้ว่า เป็นการเยือนในภูมิภาคที่ประเทศอ่าวอาหรับเหล่านี้อาจมองสตาร์เมอร์ว่ามีความมั่นคงและเชื่อถือได้มากกว่าทรัมป์
อย่างไรก็ตามการบินเข้าตะวันออกกลางของนายกฯสตารเมอร์นี้เป็นการบินแบบลับสุดยอด และอีกทั้งไม่มีการเปิดเผยถึงจุดหมายปลายทางเพื่อความปลอดภัย
เดอะซันรายงานว่า การบินกลับเข้ามาของเครื่องบินทิ้งระเบิดสหรัฐฯที่ฐานในอังกฤษเกิดหลังผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแสดงความยินดีหลังข้อตกลงหยุดยิงอิหร่านนั้นได้รับการตกลงโดยเขากล่าวว่า ถือเป็น “วันยิ่งใหญ่เพื่อสันติภาพโลก” หลังก่อนหน้าทรัมป์ได้ประกาศข่มขู่อิหร่านจะบดขยี้มวลอารยธรรมให้ราบพนาสูญหากอิหร่านไม่ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
และยังบังเอิญเกิดในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ประชาชนจ.กระบี่ภาคใต้ของไทยต่างตกอกตกใจที่ได้เห็นเครื่องบินทหารอเมริกันและเฮลิคอปเตอร์กองทัพสหรัฐฯบินขึ้นลงจอดที่สนามบินนานาชาติจ.กระบี่ที่มีชายฝั่งติดทะเลอันดามัน
ส่งผลทำให้กองทัพอากาศไทยต้องออกแถลงการณ์แจงถึงการเข้ามาของอากาศยานกองทัพสหรัฐฯในพื้นที่จ.กระบี่โดยยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างแน่นอน
สื่อไทยภาคภาษาอังกฤษรายงานวันพุธ(8)ว่า ประชาชนในพื้นที่วิตกเมื่อมีอากาศยานของกองทัพสหรัฐฯเข้ามาขึ้นเทคออฟและแลนดิวหลายครั้งทั้งกลางวันและกลางคืนรวม เครื่องบินขนส่ง C-130 อากาศยานบินขึ้นลงแนวดิ่งสหรัฐฯ MV-22 Osprey และเฮลิคอปเตอร์ H-60 Seahawk รวมถึงมีการพบเห็นทหารอเมริกันในเครื่องแบบด้วย
มีประชาชนบางส่วนต่างพากันคาดเดาว่า บางทีสหรัฐฯอาจเข้ามาสำรวจพื้นที่เพื่อตั้งฐานทัพในฝั่งทะเลอันดาทันของไทยหรือการตั้งไซต์เพื่อรองรับการเดินทางกลับมาของทหารอเมริกันจากปฎิบัติการในตะวันออกกลาง
กองทัพอากาศไทยกล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า สนามบินกระบี่ถูกเลือกโดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯในครั้งนี้ด้วยเหตุผลจากที่สนามบินอื่นมีความคับคั่งสำหรับปฎิบัติการเช่นนี้ที่ก่อนหน้าเคยเกิดขึ้นที่สนามบินอู่ตะเภาหรือสนามบินภูเก็ตมาแล้ว
กองทัพกล่าวว่า เที่ยวบินเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของปฎิบัติการกองทัพสหรัฐฯในการหมุนเวียนกำลังพลและการเคลื่อนย้ายทางการแพทย์ (MEDEVAC) ที่รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายทหารที่ต้องการรักษาตัวจากเรือรบกลางทะเลไปยังโรงพยาบาลบนบก
กองทัพอากาศแถลงว่า ภารกิจดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือทางความมั่นคงมีมานานระหว่างไทยและสหรัฐฯและไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง
ในแถลงการณ์ย้ำว่า การร้องขอทั้งหมดเกิดขึ้นไปตามกระบวนการที่มีอยู่เดิมรวมไปถึงการอนุญาตทางการทูตผ่านช่องทางที่เหมาะสม
“มันก็แค่นี่เป็นครั้งแรกที่อากาศยานได้ร่อนลงจอดที่สนามบินกระบี่ ดังนั้นประชาชนในพื้นที่รู้สึกตกใจ” โฆษกกองทัพอากาศ พล.อ.ท. จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย กล่าว

