"อนุทิน" แถลงนโยบายต่อสภา เปิดแผนบริหารประเทศ เร่งอัดมาตรการพยุงเศรษฐกิจ เยียวยาผลกระทบตะวันออกกลาง ปราบยาเสพติด-ทุนเทา ทบทวนฟรีวีซ่า พร้อมปฏิรูปกฎหมายและราชการครั้งใหญ่ วาง 5 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ หวังเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน
วันนี้(9 เม.ย. 2569 )เวลา 09.05 น. ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งมีนาย โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธาน เปิดให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมและชี้แจงนโยบายด้วยตนเอง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของสมาชิกรัฐสภาทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน
นายอนุทินแถลงว่า รัฐบาลจะเร่งบริหารราชการแผ่นดินภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง โดยให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และการจัดทำพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบการ และภาคเกษตร พร้อมกันนี้จะเร่งจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ให้มีผลบังคับใช้ทันปีงบประมาณ
สำหรับนโยบายเร่งด่วน รัฐบาลกำหนดไว้ 5 ด้านหลัก โดยในมิติ เศรษฐกิจ จะมุ่งสร้างโอกาสการจ้างงานให้ประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม แก้ไขปัญหาหนี้แบบองค์รวม เดินหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ควบคู่การยกระดับทักษะในอนาคต ทั้งด้านดิจิทัลและการเงิน ลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผ่านแนวคิด “ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน” พร้อมยกระดับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก และยกระดับภาคเกษตรให้เป็นอุตสาหกรรมอาหารเพื่อความมั่นคงทางอาหารของโลก
ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง รัฐบาลจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก กระชับความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจขนาดกลางและพันธมิตรใหม่ เพื่อสร้างดุลยภาพทางการเมืองระหว่างประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ และการฟอกเงิน รวมถึงทบทวนนโยบายฟรีวีซ่าเพื่อตัดช่องทางทุนเทา ขณะเดียวกันจะเดินหน้าแก้ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชาด้วยสันติวิธี และเร่งศึกษาแนวทางยกเลิก MOU ปี 2544
ในมิติความมั่นคงภายใน รัฐบาลประกาศเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยหากพบเจ้าหน้าที่รัฐละเลยหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพกองทัพให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคง จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างคุ้มค่า โปร่งใส และเดินหน้าระบบทหารอาสา 100,000 อัตรา สัญญา 4 ปี
ด้านสังคม รัฐบาลชูนโยบาย “เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ” โดยจะพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต ยกระดับทักษะกีฬา และปรับปรุงระบบสาธารณสุข รวมถึงกฎหมายประกันสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึง
ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม จะเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินแบบบูรณาการ พร้อมทั้งจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อเพิ่มความคุ้มครองให้ประชาชน
ขณะที่ด้าน การบริหารภาครัฐและกฎหมาย รัฐบาลตั้งเป้าปฏิรูประบบราชการสู่ดิจิทัลอัจฉริยะ ผลักดันกฎหมาย “ซุปเปอร์ไลเซนส์” ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน และเร่งเสนอร่างกฎหมายเศรษฐกิจเพื่อลดข้อจำกัดจากกฎหมายล้าสมัยภายใน 1 ปี พร้อมปรับปรุงระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้เน้นความคุ้มค่า โปร่งใส และเพิ่มมาตรการจัดการคู่สัญญาที่สร้างความเสียหายต่อรัฐ รวมถึงเดินหน้าปราบปรามการทุจริตเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
นายอนุทินย้ำว่า รัฐบาลจะขับเคลื่อนประเทศผ่าน 5 กลุ่มยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ เศรษฐกิจมหภาค การผลิตและการค้า โครงสร้างพื้นฐาน สังคมและสวัสดิการ และการต่างประเทศและความมั่นคง โดยกำหนดผู้รับผิดชอบชัดเจน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “พูดแล้วทำ”
“รัฐบาลจะยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง ใช้งบประมาณอย่างมีวินัย โปร่งใส และพร้อมทุ่มสรรพกำลังเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง ให้คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกเชื่อมั่นประเทศไทย” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ทั้งนี้ การแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ใช้เวลารวม 1 ชั่วโมง 8 นาที 42 วินาที

