รัฐบาลเตรียมโยกงบก้อนโต 8.4 หมื่นล้านบาท อัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ ครอบคลุมประชาชนมากขึ้น คาดได้เริ่มใช้จ่ายพฤษภาคมนี้
แม้ว่าสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่ค่อยสงบมากนัก แต่ในส่วนของประเทศเตรียมมีการบริหารจัดการงานงบประมาณเพื่อดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว โดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะมีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาเห็นชอบออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนเงินงบประมาณที่ดำเนินการผูกพันไม่ทัน เพื่อนำเงินมาใช้ดำเนินมาตรการดูแลเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยล่าสุดกรมบัญชีกลางรายงานว่างบประมาณในปี 2569 ที่เข้าข่ายออก พ.ร.ก.โอนงบฯได้ ตอนนี้มีวงเงินประมาณ 84,000 ล้านบาท แต่ต้องเข้าใจว่า วงเงินนี้จะเล็กลงเรื่อย ๆ เพราะแต่ละวันโครงการก็จะมีการทำสัญญาผูกพันได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนสาเหตุที่ต้องตราเป็นพ.ร.ก.แทนที่จะเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นั้น สามารถทำได้ เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วนจากสถานการณ์ปัจจุบัน ดำเนินการได้เร็วกว่า อย่างไรก็ดีเมื่อบังคับใช้แล้วจะต้องมีการรายงานต่อรัฐสภาด้วย
สำหรับความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส นายลวรณ ระบุว่า อาจจะเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในครั้งถัดไป (21 เมษายน) โดยต้องรอให้รัฐบาลเคาะว่าจะใช้วงเงินเท่าไหร่ แต่แน่นอนคือจะเริ่มใช้จ่ายได้ในเดือนพฤษภาคม ครอบคลุมประชาชนมากกว่าที่เคยทำเดิมที่ 20 ล้านคน เพราะประชาชนเดือดร้อนในวงกว้าง ต้องอยู่ที่สำนักงบประมาณสามารถหางบประมาณมาได้เท่าไหร่ด้วย
ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านกีฬา) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สำนักงบประมาณ (ยกเว้นที่เกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของนายกรัฐมนตรีตามกฏหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านการท่องเที่ยว) กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (รวมทั้งราชการของราชบัณฑิตยสภา) รวมถึงการดำเนินคดีปกครอง
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)

