xs
xsm
sm
md
lg

"โจ๊ก" กับคดีสินบนทองคำ 246 บาท... ถึงมืออัยการ งานนี้ตอกประตูปิดฝาโลง! ** “ปานปรีย์” คัมแบ็ก นั่งที่ปรึกษา รมว.การต่างประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล - สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว - ปานปรีย์ พหิทธานุกร
ข่าวปนคน คนปนข่าว


++ "โจ๊ก"กับคดีสินบนทองคำ 246 บาท... ถึงมืออัยการ งานนี้ตอกประตูปิดฝาโลง!

ความเคลื่อนไหวของ “โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รองผบ.ตร. กลับมาปรากฏตัวต่อสื่อในฐานะ "ผู้ต้องหา" อีกครั้ง ด้วยความคืบหน้าของการดำเนินคดีสินบนทองคำ น้ำหนัก 246 บาท ซึ่งไม่ใช่แค่คดีสีกากีทั่วไป แต่เป็น "มหากาพย์" ที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

เพราะเกี่ยวพันทั้งอดีตบิ๊กตำรวจและระดับกรรมการขององค์กรอิสระอย่างป.ป.ช. กับมูลค่าสินบนที่มหาศาล

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล
ภาพที่เจ้าหน้าที่ บก.ปปป. ขนเอกสารลงจากรถเพื่อส่งมอบให้กับอัยการ บอกได้คำเดียวว่า "อื้อหือ" ด้วยปริมาณเอกสาร 45 แฟ้ม ที่บรรจุแน่นใน 23 กล่องกระดาษ ซึ่งนี่คือ “ชะตากรรม” ที่อดีตนายตำรวจใหญ่ ผู้เคยคุมบังเหียนเกือบทุกหน่วยงานสำคัญใน สตช. ต้องเผชิญ

ที่ไปที่มาของคดีนี้ ถูกเปิดโปงโดย “พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย” อดีตลูกน้องคนสนิทของตัวเอง ที่ตัดสินใจเอาเรื่องที่เก็บงำไว้ก็มีแต่ทุกข์มาแจ้งเจ้าหน้าที่ ว่ามีการติดสินบนทองคำแก่ กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ช่วยเหลือคดีที่ "โจ๊ก" ถูก ป.ป.ช.สอบเกี่ยวกับเรื่องฟอกเงิน และเว็บพนันออนไลน์

ในส่วนการดำเนินการของตำรวจมั่นใจ "เห็นควรสั่งฟ้อง" ย่อมหมายความว่า พนักงานสอบสวนมี "ทีเด็ด" ทั้งเส้นทางการเงิน และพยานบุคคลที่มัดแน่นจนยากจะดิ้นหลุด

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว
งานนี้ “โจ๊ก”ไม่ได้มาเดี่ยว แต่มาเป็นหมู่คณะร่วมขบวน! ทั้ง "เอ็ดเวิร์ด" สามารถ กอนแก้ว, สรพงษ์ วงศ์สุวรรณ และ สุรสิทธิ์ แพเกิด เข้าพบอัยการตามนัดหมาย พร้อมหน้า

ตอนนี้ "เผือกร้อน" ถูกโยนไปอยู่ในมืออัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตเรียบร้อย ขั้นตอนหลังจากนี้คือ การตั้งคณะทำงานชุดใหญ่ มาแกะกล่อง 45 แฟ้มดูว่า "พยานหลักฐาน" จะแน่นพอส่งฟ้องศาลอาญาทุจริตฯ หรือไม่

แว่วมาจากวงในบอกว่า คดีนี้ไม่ใช่แค่การติดสินบน แต่คือการ "เขย่าศรัทธา" องค์กรตรวจสอบระดับประเทศอย่าง ป.ป.ช. เลยทีเดียว

ข้อหาที่ “โจ๊ก” นำทองคำไป "กำนัล" เพื่อหวังพลิกคดี เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ถ้าอัยการสะบัดปากกาลงนาม "สั่งฟ้อง" เมื่อไหร่... บอกเลยว่า "จบเห่" เพราะที่ผ่านมา คดีระดับนี้ถ้าหลุดไปถึงมือศาล มักจะจบไม่สวยแทบทุกราย!

หลายคนตั้งคำถามว่า รอบนี้ "โจ๊ก" จะยังหวานเจี๊ยบ รอดสันดอนเหมือนที่ผ่านมาได้อีกไหม? ฝั่งเชียร์ก็มองว่า นี่คือเกมการเมืองสีกากี ที่จ้องดิสเครดิตให้ตายไปข้างหนึ่ง แต่คนกลางๆ กลับมองว่าหลักฐาน "ทองคำ" มันจับต้องได้ หนีไม่ออก

การปรากฏตัวที่ดูนิ่งและสุขุมผิดปกติ ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อของ "โจ๊ก" เมื่อวานนี้ อาจเป็นเพียงการเก็บทรง ท่ามกลางพายุความกดดันที่ถาโถมไปหาอัยการสูงสุด ว่าจะกล้า "ปิดจ๊อบ" คดีประวัติศาสตร์นี้อย่างไร ให้สังคมสิ้นสงสัย

ฝั่ง "บิ๊กเต่า" พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. บอกว่า ตำรวจดำเนินการในส่วนของ “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์” และ พรรคพวกรวมเป็น 5 ราย ซึ่งทางอัยการ มีคำสั่งฟ้อง 3 ราย ไม่ฟ้อง 1 ราย ซึ่งในส่วนของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ อยู่ในการพิจารณาสั่งฟ้องในวันที่ 12 พฤษภาคม นี้

จับตาดูให้ดี... คดีสินบนทองคำน้ำหนัก 246 บาทนี้ จะกลายเป็น "ตะปู" ตัวสุดท้าย ที่ตอกฝาโลงอนาคตของชายที่ชื่อ "สุรเชชษฐ์" หรือไม่!

โปรดติดตามอย่ากระพริบตา!

ปานปรีย์ พหิทธานุกร
++ “ปานปรีย์” คัมแบ็ก นั่งที่ปรึกษา รมว.การต่างประเทศ

หลังคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มีข่าวที่คนวงในคอนเฟิร์มว่า “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ได้รับเชิญจาก“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รมว.การต่างประเทศ ให้มานั่งตำแหน่ง “ประธานที่ปรึกษา รมว.การต่างประเทศ” ในรัฐบาลอนุทิน 2

มีการจัดห้องทำงานไว้รองรับเป็นที่เรียบร้อย

ข่าวว่า การตัดสินใจกลับเข้าสู่การเมืองครั้งนี้ เป็นการมาช่วย “สีหศักดิ์” ทำงาน โดยขอไม่รับตำแหน่งที่เป็นทางการ หรือตำแหน่งที่มีเงินเดือน เพราะเป้าหมาย คือมาช่วยทำงานในกระทรวง “เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง” ไม่ได้มาช่วยงาน “ด้านการเมือง"

หากย้อนไปในช่วงที่ “ปานปรีย์” เป็นรองนายกฯ ควบรมว.การต่างประเทศ เขาก็เคยเชิญ “สีหศักดิ์” ไปช่วยงานในตำแหน่ง "ผู้ช่วยรัฐมนตรี" เช่นกัน

แล้ววันนี้ “ปานปรีย์-สีหศักดิ์” ก็ได้กลับมาร่วมงาน เป็นทีมเดียวกันอีกครั้ง

คนที่ใกล้ชิดจะรู้ว่า คู่นี้ รู้จัก สนิทสนม เป็นเพื่อนร่วมงานกันมายาวนาน ตั้้งแต่ยุค “บ้านพิษณุโลก” ที่ “พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ” เป็นนายกรัฐมนตรี โดยทั้งคู่ยังเป็นข้าราชการ ซี 5-6

“ปานปรีย์” ประจำหน้าห้องทำงาน นายกฯชาติชาย ทำหน้าที่งานประสานงานที่ทำเนียบฯ ส่วน “สีหศักดิ์” เป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างทำเนียบรัฐบาลกับกระทรวงการต่างประเทศ

“สีหศักดิ์” เชี่ยวชาญ โดดเด่น ในด้านการเขียนสปีชภาษาอังกฤษ ซึ่งขณะนั้นทีมบ้านพิษณุโลก อยากจะให้เขียนสปีชไปในทิศทางใด ก็จะให้ สีหศักดิ์ ช่วยร่างให้ ซึ่งทีมบ้านพิษณุโลกในเวลานั้น ทั้ง “ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย- ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ- ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี- ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร”

ที่เอ่ยชื่อมานี้ ล้วนเป็นคนสนิทสนม คุ้นเคยกัน

“สีหศักดิ์” มีความสุขุมนุ่มลึก สไตล์นักการทูต เคยเป็นทูตในประเทศต่างๆ ทั้ง ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส

ส่วน“ปานปรีย์” เป็นนักยุทธศาสตร์การเมือง มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ทำงานเชิงรุก

ทั้งคู่จึงน่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัว สำหรับงานด้านการต่างประเทศในยุคนี้

เพราะโจทย์ปัจจุบัน นโยบายด้านการต่างประเทศ กับด้านความมั่นคงชายแดน ต้องสอดรับกัน เพื่อขจัดภัยคุกคามทุกรูปแบบ การแก้ไขปัญหาเรื่องเขตแดนกับประเทศกัมพูชา และ ประเทศอื่นๆในภูมิภาค ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
โดยเฉพาะเรื่องการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งก็คือ MOU 2543 และ MOU 2544 ให้แล้วเสร็จสะเด็ดน้ำ

นอกจากนี้ยังมีภารกิจ เสริมสร้างสถานะ และความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก เสริมสร้างเสถียรภาพ ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ ที่ขยายโอกาสให้ประชาชน และธุรกิจไทย ผ่านการบูรณาการการทำงาน ในลักษณะ “ทีมไทยแลนด์”

ซึ่ง “ปานปรีย์” จะมีความถนัดในด้านนี้ เขาเคยตั้ง “คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ” เอาไว้ในช่วงที่ อยู่ในครม.เศรษฐา เพื่อทำงานบูรณาการในด้านเศรษฐกิจ เพราะรู้ซึ้งว่าทั่วโลกล้วนแลกเปลี่ยนกันด้วยผลประโยชน์ อย่างเช่นข้อตกลง เอฟทีเอ หรือนโยบายด้านภาษี เป็นต้น

แต่เมื่อเขาลาออกโครงการนี้ ก็ยุติไป

บทบาท กระทรวงการต่างประเทศยุคนี้ แม้ “สีหศักดิ์” จะมีผลงานโดดเด่นเรื่องศึกในเวทีโลกกับกัมพูชา ทว่า เมื่อเข้าสู่บริบทงานด้านอื่นๆ ของกระทรวง ย่อมต้องเผชิญโจทย์ยาก และท้าทายอีกมาก

การเข้ามาของ “ปานปรีย์” จึงถูกคาดหวังว่าจะเป็นการเติมเต็มตรงจุดนี้

ต้องรอติดตามผลงานของคู่หู “ปานปรีย์ - สีหศักดิ์” กับงานด้านการต่างประเทศ ที่เต็มไปด้วยปัญหาที่รอการแก้ไข ว่าจะสำเร็จลุล่วง นำพาประเทศไทยไปอยู่ในจุดที่ต่างประเทศมีความเชื่อมั่นได้หรือไม่