ลำพูน – ยิ่งสาวยิ่งเจอพิรุธ..เจ้าอาวาสวัดดังป่าซาง ลำพูน บริการเงินวัดไม่โปร่งใส่-โอนเงินให้สีกา จนชาวบ้านลงมติขับไล่ เจ้าตัวขอเวลา 3 วันหาวัดใหม่ แต่แค่ข้ามคืนขนของออกจากกุฏิไปแล้ว-ติดต่อไม่ได้ แถมพบเศรษฐีนีโอนเงิน 4 แสน ให้ซื้อที่ดินถวายวัดดังป่าซาง ลำพูน แต่กลับใส่เป็นชื่อตัวเอง ด้านคณะสงฆ์ให้เวลา 3 วันไม่กลับวัดให้ออกจากตำแหน่ง
ความคืบหน้า กรณีคณะศรัทธาชาวบ้านเหล่าพระเจ้าตาเขียว ต.บ้านเรือน อ.ป่าซาง จ.ลำพูน รวมตัวกันขับไล่พระครูภาวนาโสภิต เจ้าอาวาสวัดบ้านเหล่าพระเจ้าตาเขียว ออกจากวัด หลังสงสัยการบริหารการเงินของทางวัดส่อไปในทางไม่โปร่งใส โดยช่วงหลายเดือนมานี้พบว่าได้เบิกเงินของวัดออกมาบ่อยครั้ง
นอกจากนี้ยังสั่งให้ไวยาวัจกรเบิกเงินครั้งละหลายหมื่นบาท และบอกว่าให้เบิกเผื่อตัวเองไว้สำรองใช้จ่ายภายในวัด รวมยอดเงิน 2.3 แสนบาท ทำให้ไวยาวัจกรของวัดเริ่มสงสัยในพฤติกรรมการใช้เงิน ประกอบกับอดีตคนขับรถของวัดได้เปิดเผยว่าเจ้าอาวาสสั่งให้โอนเงินให้สีกาคนหนึ่งบ่อยครั้ง
เมื่อนำเรื่องดังกล่าวมาแจ้งและปรึกษากับคณะกรรมการของวัดและชาวบ้าน สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน จึงมีการรวมตัวกันประชุมเพื่อให้เจ้าอาวาสได้ชี้แจง แต่ไม่สามารถชี้แจงได้ และชาวบ้านมีการกำหนดเงื่อนไขให้ออกจากวัดไปอยู่ที่อื่นภายใน 3 วัน แต่พอข้ามวันปรากฎว่าเจ้าอาวาสได้ขนของสัมภาระส่วนตัวหนีหายออกจากวัดไปในช่วงกลางดึกหรือช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 เม.ย.69 ที่ผ่านมานั้น
บ่ายวันเดียวกัน(7 เม.ย.)สำนักพุทธศาสนาจังหวัดลำพูน ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอน โดยนางสาวหน่อแก้ว อุตโน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำพูนได้ประสานให้ พระครูพิศิษฏ์ ปริยยาโต เลขานุการเจ้าคณะอำเภอป่าซาง ประชุมกับชาวบ้านในพื้นที่เพื่อหาทางออก
บรรยากาศการประชุมตึงเครียด และมีชาวบ้านจำนวนมากมาร่วมประชุมเพื่ออยากฟังข้อเท็จจริง กรณีเงินทำบุญกฐินผ้าป่าตลอดเวลาหลายปีมานี้ เงินได้ถูกถอนออก และมียอดเงินหายไป 2.3 แสนบาท โดยผู้เบิกคือเจ้าอาวาส และล่าสุดเจ้าอาวาสหายตัวขนของออกจากกุฏิไปแล้ว
พระครูพิศิษฏ์ ปริยยาโต เลขานุการเจ้าคณะอำเภอป่าซาง บอกว่า พระครูเป็นเจ้าอาวาสที่นี่ 8 ปี ท่านเป็นดร. เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ เป็นอาจารย์ด้วย มีลูกศิษย์มาก และพัฒนาวัดแห่งนี้มากเช่นกัน ที่ผ่านมาไม่พบเรื่องร้องเรียน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่มีเรื่องร้องเรียนเจ้าอาวาสมาเบิกเงินเรื่อยๆ รวม 2.3 เเสนบาท ก็ต้องดูหลักฐานและรายละเอียดว่าเบิกจ่ายอะไร รวมทั้งมีการเอาที่ดินวัดที่ญาติโยมถวายไปเป็นชื่อเจ้าอาวาสเป็นผู้ครอบครอง
“ยืนยันท่านไม่เคยมีพฤติกรรมกับสีกามาก่อน คิดว่าไม่ซ้ำรอยสีกากอล์ฟ เเละอีกอย่างคือยังไม่พบหลักฐาน ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับท่านด้วย ตอนนี้ทุกคนตกใจที่ท่านหายตัวจากวัดช่วงเช้าวานนี้ โดยที่ยังไม่ได้ชี้แจงเรื่องร้องเรียนของชาวบ้าน ทางคณะสงฆ์เองก็พยายามติดต่อเจ้าอาวาสแต่ติดต่อไม่ได้”
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคณะสงฆ์มีมติให้เจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ลาออกจากสมณะสงฆ์เจ้าอาวาสไปก่อน ส่วนเรื่องการลาสิกขาต้องพิจารณาตามโทษ เช่น หากพบมีความผิดเรื่องทรัพย์สิน หรือวินัย ซึ่งจะตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป กระแสข่าวลือว่ามีการโอนเงินให้สีกา ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าอาวาส ต้องดูหลักฐานโอนให้สีกาจริงไหม สีกาเป็นใคร ต้องตรวจสอบตามขั้นตอน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับท่านด้วย
แหล่งข่าว(ขอสงวนชื่อสกุล) ระบุว่ามีเศรษฐีนีจากกรุงเทพฯคนหนึ่งได้โทรศัพท์ติดต่อไปที่ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลบ้านเรือน เพื่อสอบถามเรื่องราวต่างๆหลังจากเห็นข่าว โดยเขาแจ้งมาว่าเป็นคณะศรัทธาของวัดมานานและร่วมทำบุญสนับสนุนกิจกรรมของวัดมานาน และไม่นานมานี้เคยบริจาคเงินเป็นจำนวน 4 แสนบาท เพื่อให้เจ้าอาวาสนำไปซื้อที่ดินจำนวน 1 แปลง มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ เพื่อถวายเป็นที่ดินของวัด อยากทราบว่าทางวัดได้มีเอกสารการโอนที่ดินดังกล่าวเป็นของวัดหรือไม่
ต่อมาหลังจากผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการโอนที่ดินดังกล่าวให้เป็นสมบัติของวัดแต่อย่างใด ซึ่งชาวบ้านแจ้งว่ามีการโอนใส่ชื่อของเจ้าอาวาส ซึ่งข้อเท็จจริงคณะกรรมการจะได้ตรวจสอบกับกรมที่ดินอีกครั้ง ส่วนเรื่องการโอนเงินให้สีกาที่ชื่อโสภานั้น พบว่ามีการโอนจริงโดยอดีตคนขับรถของวัดที่พบความไม่ชอบพามากลของเจ้าอาวาสนำหลักฐานการโอนเงินให้สีกามาแจ้งกับคระกรรมการและชาวบ้าน เพราะไม่สบายใจที่เจ้าอาวาสมีพฤติกรรมแบบนี้

