วิเวียน บาลากฤษณัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ระบุวานนี้ (7 เม.ย.) ว่า สิงคโปร์จะไม่เจรจากับอิหร่านเพื่อขอผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย โดยถือเป็นเรื่องหลักการสำคัญ
ในระหว่างการอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการตอบสนองของรัฐบาล บาลากฤษณัน ชี้ว่า การกระทำเช่นนั้นจะบั่นทอนหลักการทางกฎหมายของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งสิงคโปร์เป็นรัฐภาคีอยู่
“สิทธิในการผ่านทางผ่านนั้นเป็นสิทธิ ไม่ใช่สิทธิพิเศษที่รัฐเพื่อนบ้านจะมอบให้” บาลากฤษณัน กล่าว “มันไม่ใช่ใบอนุญาตให้ถูกกดขี่ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย เป็นสิทธิของเรือทุกชาติที่จะผ่านทาง”
เขากล่าวเสริมว่า สิงคโปร์ยึดถือจุดยืนว่า สิทธิในการผ่านทางเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายระหว่างประเทศตามประเพณี “นี่ไม่ใช่ ‘บัตรผ่านพ้นความผิด’ สำหรับรัฐที่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล”
รัฐมนตรีผู้นี้ตอบคำถามของ ส.ส. ฟัดลี เฟาซี ที่ถามว่า รัฐบาลกำลังเจรจากับทางการอิหร่านเพื่อรักษาความปลอดภัยในการผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือที่ติดธงสิงคโปร์หรือไม่ และสาธารณรัฐสิงคโปร์จะยินดีจ่ายค่าธรรมเนียมหรือไม่
หลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ซึ่งนำเข้าน้ำมันถึง 98% จากตะวันออกกลางได้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อขอผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ซึ่งช่องแคบดังกล่าวถูกปิดอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.
ประเทศอื่นๆเช่น อินเดีย อิรัก ไทย และปากีสถาน ได้จัดให้มีเส้นทางการขนส่งที่ปลอดภัย ในขณะที่เว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์จีนอ้างอิงรายงานล่าสุดจาก Lloyd’s List ซึ่งระบุว่า เรือบางลำจ่ายค่าธรรมเนียม 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับอิหร่าน เพื่อที่จะขนส่งผ่านเส้นทางน้ำดังกล่าว
ที่มา: The Straits Times

