ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์(6เม.ย.) เปิดเผยรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องบินรบของอเมริกาถูกสอยร่วงในอิหร่าน และขอบเขตของภารกิจช่วยเหลือนักบินออกมา ในนั้นรวมถึงข้อมูลที่ระบุว่ามีการใช้อากาศยานถึง 155 ลำ และกำลังพลหลายร้อยนายในภารกิจดังกล่าว
"แม้อยู่ในภาวะอันตราย เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวได้ปฏิบัติตามสิ่งที่เขาได้รับการฝึกฝนมา เขาไต่ขึ้นไปยังภูมิประเทศภูเขาที่เป็นอันตรายและปีนขึ้นไปอยู่ในที่สูงๆ มันเป็นบางอย่างที่พวกเขาได้รับการฝึกฝนมาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม" ทรัมป์เล่าย้อนเกี่ยวกับภารกิจช่วยเหลือให้สื่อมวลชนฟัง "เขาปีนหน้าผา มีเลือดไหลออกมาค่อนข้างมาก ปฐมพยาบาลบาดแผนของตนเอง และติดต่อกองกำลังสหรัฐฯเพื่อส่งตำแหน่งของเขา"
ทรัมป์ เล่าต่อว่าเจ้าหน้าที่ประจำระบบอาวุธของเครื่องบินรายนี้ ซึ่งดีดตัวออกมาพร้อมกับนักบินของเครื่องบินขับไล่ F-15 ได้รับบาดเจ็บหนักและติดค้างอยู่ในพื้นที่หนึ่งๆ ที่เต็มไปด้วยสมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน กองกำลังอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
นักบินได้รับความช่วยเหลือแยกกันในภารกิจตอนกลางวันแสกๆที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่งเมื่อวันศุกร์(3 เม.ย.) "อย่างไรก็ตามการตามหาเจ้าหน้าที่ประจำระบบอาวุธของเครื่องบิน ซึ่งลงสู่พื้นห่างออกไปหลายกิโลเมตร เปรียบได้กับการตามหาเม็ดทรายเพียงเม็ดเดียวกลางทะเลทราย" จากคำกล่าวของ จอห์น แรทคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการซีไอเอ
ผู้นำสหรัฐฯเคยอ้างว่าอเมริกาได้กำจัดเรดาร์และศักยภาพด้านการป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ F-15 ถูกยิงตกด้วยเครื่องยิงจรวดแบบประทับบ่าที่ใช้เซ็นเซอร์อินฟราเรดตรวจจับความร้อนจากไอเสียเครื่องยนต์ "บางทีพวกเขาอาจมีโชคนิดหน่อย เพราะคุณจะทำเช่นนี้ได้ คุณจำเป็นต้องมีโชค"
ระหว่างแถลงข่าว ทรัมป์ เผยต่อว่าภารกิจช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ประจำระบบอาวุธของเครื่องบิน เกี่ยวข้องกับกำลังพลหลายร้อยนายและเครื่องบิน 155 ลำ ในนั้นรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด 4 ลำ, เครื่องบินขับไล่ 64 ลำ, เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง 48 ลำ, เครื่องบินกู้ภัย 13 ลำ และอื่นๆ ส่วนใหญ่ใช้ในความพยายามหลอกล่ออิหร่าน เกี่ยวกับบริเวณที่กองกำลังสหรัฐฯกำลังค้นหา
"เรามีสถานที่ 7 แห่งต่างกัน ที่พวกเขาคิดว่าเราไปตรงนั้น และพวกเขาสับสนกันมาก" ทรัมป์กล่าวอ้างถึงอิหร่าน ขณะ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พูดเสริม ให้คำจำกัดความกองทัพอิหร่านว่าต้องประสบกับความอับอายและเสมือนถูกดูหมิ่นจากภารกิจช่วยเหลือดังกล่าว
ทรัมป์ กล่าวว่าสำนักงานข่าวกรองกลาง(ซีไอเอ) คือผู้อยู่เบื้องหลังในการค้นหาจุดเล็กๆดังกล่าวในพื้นที่แถบภูเขา ที่เจ้าหน้าที่ประจำระบบอาวุธของเครื่องบินซ่อนตัวอยู่ ขณะที่ เฮกเซธ เสริมว่าครั้งที่เขาเปิดเครื่องส่งสัญญาณ ข้อความแรกที่ส่งออกมาคือ พระเจ้าทรงแสนดี "แม้ในช่วงเวลาที่โดดเดี่ยวและอันตราย เขาแสดงออกถึงความมีศรัทธาและจิตวิญญาณแห่งการสู้รบอยู่ตลอด"
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างว่าครั้งที่ได้ข้อสรุปแล้วว่าเครื่องบิน 2 ลำที่ใช้ลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ไม่สามารถเทคออฟขึ้นจากทรายที่นุ่มและเปียก ในพื้นที่ลงจอดชั่วคราว "เราตัดสินใจระเบิดมันเป็นเศษเล็กเศษน้อย เพื่อที่เทคโนโลยีของเครื่องบิน จะไม่ตกไปอยู่ในมือของอิหร่าน"
"และเรามีแผนฉุกเฉิน ซึ่งไม่น่าเชื่อ เครื่องบินที่มีขนาดเล็กกว่าและเร็วกว่าเข้ามาพอดีและรับพวกเขาออกไป เราระเบิดเครื่องบินรุ่นเก่าๆ เราระเบิดมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพราะว่าเรามีอุปกรณ์บนเครื่องบิน พูดตรงๆ เราอยากนำมันกลับมา แต่ผมไม่คิดว่า มันจะมีค่าพอที่จะใช้เวลาอีก 4 ชั่วโมง สำหรับการกลับมาเทคออฟได้อีกครั้ง"
(ที่มา:เอ็นบีซีนิวส์)

