ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ "สุนารี" ระบายทุกข์แทนชาวบ้าน ส่วน "น้าแอ๊ด" อวยหนูไส้แตกงานนีัรู้กัน…ใครจริง-ใครปลอม!!
ในวันที่น้ำมันแพงระยับและค่าครองชีพพุ่งทะลุเพดาน สวนทางกับคำกล่าว "รวยไม่ไหวแล้ว" ของ"เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เราเห็นภาพสะท้อนที่ย้อนแย้งของสองศิลปินรุ่นใหญ่...
คนหนึ่งคือ 'สุนารี ราชสีมา' นักร้องลูกทุ่งระดับตำนานในวงการ ที่โพสต์ข้อความแนวเสียดสีเข้ากับสถานการณ์ที่เป็นจริงในปัจจุบันของประชาชน โดยว่า "ใครที่กังวลเรื่องน้ำหนัก สบายใจได้นะจ๊ะ เพราะอีกไม่กี่วันพวกเราก็ไม่มีจะแ_ด_กกันละ"
ใครได้อ่านก็จะเห็นว่า นักร้องรุ่นใหญ่ "สุนารี" ระบายความอัดอั้นแบบตลกร้ายที่แทนใจชาวบ้าน แต่ "ติ่งน้ำเงิน" และ อินฟลูเอนเซอร์สายน้ำเงินไม่ถูกใจอย่างแรงพากันดิ้นพลาดๆ ตอบโต้เป็นดรามาพร้อมเกณฑ์ทัวร์มาลง "สุ" ซึ่งก็ต้องบอกว่า … นี่คือการเอาตัวเข้าแลกเพื่อส่งเสียงความจริง
ตัดภาพไปที่ “น้าแอ๊ด” ยืนยง โอภากุล แห่งวงคาราบาว ผู้เป็นตำนานเพลงเพื่อชีวิต ที่ก็ลุกขึ้นมาโพสต์ข้อความยุคน้ำมันแพงเช่นกัน แต่เป็นลักษณะตบมือรัวๆ ขอบคุณ "อนุทิน ชาญวีรกูล" และรัฐบาล ที่ตั้ง "ขิง-เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" เป็นรัฐมนตรีพลังงาน มาแก้ปัญหาของชาติเสียยกใหญ่ ทำเอาชาวบ้านที่กำลังควักกระเป๋าจ่ายค่าน้ำมันน้ำตาซึม... ไม่ได้ซึมเพราะตื้นตัน "น้าแอ๊ด" แต่ซึมเพราะสงสัยว่า “นี่เราอยู่อยู่ในประเทศเดียวกันหรือเปล่า?”
งานนี้ "แอ๊ด คาราบาว" ไม่ได้ "ขิง" แต่ "เชียร์ขิง" หมดใจ โดยโพสต์เฟซบุ๊ก“Add Bao” ระบุว่า...
"ลุยเลยลูกขิง อย่าให้เสียชื่อพ่อเอ๋เด้อ…
อย่าดูถูกนักการเมืองรุ่นใหม่นะครับพี่น้อง “รมต.ลูกเทพ” ที่เพิ่งเปิดซิง ดูคุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ไว้เป็นแบบอย่างนะครับ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว รู้แจ้ง ทำจริง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันเเพงให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติ" นี่เป็นข้อความของ"แอ๊ด คาราบาว"
ว่ากันว่า ศิลปินที่น่าชื่นชมในสายตาชาวบ้าน มักจะเป็นคนที่ "กล้าชน" กับอำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าคนที่ "ขอบคุณ" อำนาจในวันที่คนส่วนใหญ่ยังลำบาก
ความเคลื่อนไหวระหว่าง "สุนารี" กับ "แอ๊ด คาราบาว" เปรียบเทียบให้เห็นว่า ในขณะที่คนหนึ่ง "เอาหน้าสู้ทัวร์น้ำเงิน" เพื่อพูดแทนคนหาเช้ากินค่ำ แต่อีกคนกลับใช้ชื่อเสียง "การันตี" ผลงานให้ฝ่ายบริหารอย่าง "เสี่ยหนู อนุทิน"
แน่นอนว่าทั้งคู่มีราคาที่ต้องจ่าย
“สุนารี” จ่ายด้วย "ความสงบสุข" เพราะต้องมารับมือกับดรามาและการด้อยค่าจากฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ "ใจ" จากมวลชน ที่สัมผัสได้ถึงความจริงใจ
“แอ๊ด คาราบาว” จ่ายด้วยต้นทุนทางสังคมในฐานะศิลปินเพื่อชีวิต ที่เคยเป็นปากเสียงให้คนยากจน แต่ระยะหลังกลับถูกตั้งคำถามเรื่องการเลือกยืนข้างผู้มีอำนาจ และกลุ่มทุนพลังงาน !?
ระหว่าง “เสียงร้องทุกข์” ของนักร้องลูกทุ่ง กับ “เสียงอวยไส้แตก” ของนักร้องเพื่อชีวิต... ใครคือของจริง ใครคือของปลอม ประชาชนเขามีคำตอบอยู่ในใจนานแล้ว!!
++ สองคู่หู “เสี่ยหนู-โกเกี๊ยะ” ตัวฉุดเรตติ้งรัฐบาลของจริง
สองวันก่อนผลสำรวจของ “นิด้าโพล” ระบุ 3 รัฐมนตรีมือโปร “สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ” สอบไม่ผ่านในสายตาประชาชน ในเรื่องบริหารจัดการช่วงวิกฤตน้ำมัน
ประชาชนยังไม่เห็นอกเห็นใจ ไม่ไว้วางใจในการบริหารของ “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” อีกต่างหาก!
ที่เป็นเช่นนั้น เพราะในช่วงเริ่มวิกฤต น้ำมันขาดปั๊ม ชาวบ้านไปเข้าคิว นอนรอน้ำมันนั้น “อนุทิน” ยืนยัน ไม่มี “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน
แต่ในวันที่ 25 มี.ค.นั้น คนรู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ว่า “ปั๊มพีที” ปิดปั๊ม ติดป้ายน้ำมันหมด ต่อมารัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร ในช่วงดึกวันที่ 25 มี.ค.
จากนั้นปรากฏว่าวันรุ่งขึ้น 26 มี.ค. ปั๊มพีที มีน้ำมันขาย ทั้งที่ชาวบ้านก็ไม่เห็นว่ามีรถบรรทุก เอาน้ำมันมาส่ง...แล้วมีน้ำมันขายได้อย่างไร
จึงเกิดภาพโยงว่า ปั๊มพีที เป็นกิจการของคนในตระกูล “รัชกิจประการ” และ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ก็ได้รับการแต่งตั้งจาก “อนุทิน” ให้เป็น ผอ.ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)
นั่งหัวโต๊ะในการบริหารจัดการเรื่องวิกฤตน้ำมัน แล้วจะไม่ให้ประชาชนโยงเรื่องข้อมูล “อินไซด์” ได้อย่างไร
แม้ “พิพัฒน์” จะบอกว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการปั๊มพีที มา 20 กว่าปีแล้ว นั่นมันจะไปต่างอะไรกับที่“อนุทิน” บอกว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่อย่าง “ซิโนไทย” แล้ว
ในสายตาประชาชน ยังไงก็หนีไม่พ้นเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน ซ้อนทับ” อยู่ดี
“อนุทิน-พิพัฒน์” จึงเป็นคู่หู ที่ทำให้ความเชื่อมั่น เชื่อถือในรัฐบาลนี้หล่นวูบ จนลามไปถึง “3 เทกโนแครต” ที่ได้เชิญมาเป็นรัฐมนตรี ดังที่ผลโพลระบุ
แม้ปัจจุบัน “พิพัฒน์” จะขอลาออกจากตำแหน่ง ผอ.ศบก.แล้ว โดยนายกฯ ตั้ง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและรมว.คลัง มานั่งแทน
ก็ไม่วายถูกคนนินทา หมาดูถูกว่า ที่ไปเพราะ ...อิ่มแล้ว...รวยไม่ไหวแล้ว!!
หากย้อนไปดูเส้นทางการเมืองของ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ จะพบว่า เริ่มแรกนั้น ตัวเขายังไม่ได้ออกหน้าเอง แต่ส่ง “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ ผู้เป็นภรรยา มาเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคภูมิใจไทย เมื่อปี 2554
การเลือกตั้งปี 62 เครือข่ายในมุ้งของ “รัชกิจประการ” ได้ สส.ภาคใต้ มา 8 ที่นั่ง
ในการจัดตั้ง “ครม.ลุงตู่” โกเกี๊ยะ ต้องการให้ภรรยาเป็นรัฐมนตรี แต่ “เจ๊เปี๊ยะ” มีปัญหาถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด กรณียื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน อันเป็นเท็จ “โกเกี๊ยะ” จึงเข้ามารับตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาแทน
ต่อมา “เจ๊เปี๊ยะ นาที” ยังเจอข้อหาเสียบบัตรแทนกัน ในการประชุมสภา จนถูกป.ป.ช. ชี้มูลความผิด สุดท้ายศาลฎีกาตัดสินว่า เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ถูกตัดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต
ทำให้ “โกเกี๊ยะ” ต้องออกมารับบทแม่ทัพภาคใต้ให้กับพรรคภูมิใจไทย โดยมี “นาที”คอยเดินตามอยู่ข้างหลัง
การเลือกตั้งปี 2566 ก็ได้ สส.มา 12 ที่นั่ง และ การเลือกตั้งครั้งล่าสุด ปี 2569 พุ่งพรวด เป็น 31 ที่นั่ง
“โกเกี๊ยะ พิพัฒน์” จึงได้รับการโปรโมตจากพรรคภูมิใจไทยให้อยู่แถวหน้า
แต่ “คนคำนวณ มิสู้ฟ้าลิขิต” เมื่อเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงาน แผ่ขยายออกไปในวงกว้าง
นักธุรกิจด้านพลังงานจึงเห็นช่อง “แปรวิกฤตเป็นโอกาส” เช่นเดียวกับนักธุรกิจการเมือง ก็เห็นโอกาสถอนทุน!!
โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการซ้ำเติมประชาชนหรือไม่ ...นั่นจึงเป็นที่มาของ “ความเสื่อม” ของ “ครม.อนุทิน 2” ทั้งๆที่ยังไม่ได้เข้ามาบริหารอย่างเป็นทางการ
เมื่อวานนี้ (6เม.ย.)ในช่วงก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะเดินทางจากทำเนียบรัฐบาล ไปเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ “อนุทิน” ได้เดินเข้าไปที่ร้านกาแฟ "JARISTAA" ซึ่งเป็นร้านของ "จ๋า" ธนนนท์ นิรามิษ ภริยาของอนุทิน เพื่อสั่งกาแฟดื่ม โดยมี “พิพัฒน์” เดินตามไปด้วย
ผู้สื่อข่าวได้ทักทายพร้อมถาม“พิพัฒน์” ที่ช่วงนี้หายหน้าหายตา ว่ามีประชาชนถามหากันเยอะ “พิพัฒน์” ตอบว่า สงกรานต์นี้ เจอกัน
ระหว่างยืนรอเครื่องดื่ม “อนุทิน- พิพัฒน์” ยืนพูดคุยกันแบบใกล้ชิด โดยมีผู้สื่อข่าวสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ
เมื่อได้รับเครื่องดื่ม ช่วงเดินออกจากร้าน ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯได้ให้กำลังใจรองนายกฯพิพัฒน์ อย่างไรบ้าง เพราะช่วงนี้โดนกระแสโจมตีเรื่องของน้ำมันหนักมาก ซึ่ง “พิพัฒน์” ตอบแทรกกลับมาว่า โอ๋! ไม่มีปัญหาหรอกครับ ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนก็ทำงานเพื่อบ้าน เพื่อเมือง
ส่วนเรื่องที่ประชาชนบอยคอต ไม่ใช้บริการปั๊ม PT นั้น นายกฯตอบแทนว่า ท่านพิพัฒน์ ออกจาก PT มา 20 ปีแล้ว ขณะที่ “พิพัฒน์” บอกว่า ออกจาก PT มา 23 ปีแล้ว
ส่วนการที่มีหุ้นนั้น “พิพัฒน์”บอกว่า มันเป็นหุ้นปกติ...ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะเราก็ถือว่าเราไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทางบริษัทอยู่แล้ว อย่าถามเยอะเลย เดี๋ยวบริษัทเขากังวลอีก...
จากนี้ไปก็ต้องติดตามกันว่า “ครม.อนุทิน 2” จะฝ่าวิกฤตพลังงานไปได้หรือไม่ ขณะเดียวกันคู่หู “เสี่ยหนู- โกเกี๊ยะ” จะฝ่าวิกฤตศรัทธาของประชาชนไปได้หรือไม่ด้วยเช่นกัน

