“ทรัมป์” ชี้สหรัฐฯ ควรเป็นฝ่ายเก็บค่าผ่านทางฮอร์มุซแทนอิหร่านเพราะเป็นผู้ชนะในศึกครั้งนี้ ย้ำต้องเปิดทางให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบได้โดยเสรีในข้อตกลงยุติสงคราม
ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันจันทร์ (6 เม.ย.) ว่าสหรัฐฯ ควรเป็นผู้จัดเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทนอิหร่าน
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าควรเป็นสหรัฐฯ ไม่ใช่อิหร่าน ที่จะเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยกล่าวว่า “แล้วทำไมเราไม่เก็บค่าผ่านทางบ้างล่ะ? ผมอยากทำแบบนั้นมากกว่าปล่อยให้พวกเขาได้ไป”
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ยืนยันอำนาจควบคุมช่องแคบซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ด้วยการออกระบบจัดเก็บค่าผ่านทางใหม่สำหรับเรือบรรทุกน้ำมัน โดยอนุมัติแผนดังกล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อยืนยันอธิปไตยของตน
ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ ควรเป็นฝ่ายจัดเก็บค่าผ่านทาง เนื่องจากประสบความสำเร็จทางทหารในการทำสงครามกับอิหร่าน
“ทำไมเราจะทำไม่ได้? เราเป็นฝ่ายชนะ เราชนะแล้ว พวกเขาพ่ายแพ้ทางทหาร” ทรัมป์กล่าว
ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการรับประกัน “การขนส่งน้ำมันอย่างเสรี” จะต้องเป็นเงื่อนไขหลักในข้อตกลงใดๆ เพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่าการเดินเรือน้ำมันอย่างเสรีจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับอิหร่าน โดยย้ำว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการยุติสงคราม
“เราต้องมีข้อตกลงที่ผมยอมรับได้ และส่วนหนึ่งของข้อตกลงนั้นก็คือ เราต้องการให้มีการขนส่งน้ำมันและทุกอย่างอย่างเสรี” ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าการเปิดช่องแคบดังกล่าวเป็นประเด็นที่ “แตกต่าง” จากเป้าหมายอื่นๆ ในการเจรจายุติสงคราม
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง 45 วันจากหลายประเทศ โดยมองว่ายังไม่เพียงพอ ขณะที่ข้อเสนอดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีครั้งใหญ่ต่อโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน ซึ่งทรัมป์เคยขู่ไว้หากช่องแคบยังคงถูกปิด
เมื่อถูกถามว่าการเปิดช่องแคบเป็นเงื่อนไขสำคัญหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก”
นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่าไม่แน่ใจว่าอิหร่านยังมีศักยภาพในการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบหรือไม่ โดยระบุว่า “พวกเขาไม่มีอุปกรณ์วางทุ่นระเบิดแล้ว และผมก็ไม่แน่ใจด้วยว่าพวกเขายังมีทุ่นระเบิดอยู่หรือไม่… ผมคิดว่าอาจไม่มีเลย เพราะพวกเขาเก่งเรื่องพูดเกินจริง”

