ศรีสะเกษ- คืบหน้าเกณฑ์ทหารเลือด รวบ“ไอ้บิ๊ก-ไอ้นนท์” 2 มือปืนโหด ยิงสนั่นกลางเกณฑ์ทหาร อ.ขุขันธ์ ศรีสะเกษ ดับ 1 เจ็บ 1 อ้างถูกรุมทำร้ายขณะเข้ามาเกณฑ์ทหาร จึงใช้อาวุธปืนที่พกมายิงตอบโต้ แม่เหยื่อสุดช้ำเจอหน้าอยากถามฆ่าลูกแม่ทำใม ลั่น “ไม่ให้อภัย” วอนลงโทษประหารชีวิต ชี้พวกนี้ไม่มีจิตสำนึก
วันนี้ (6 เม.ย. 69) ความคืบหน้า กรณีเกิดเหตุยิงกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ เมื่อวานนี้ ( 5 เม.ย.69) มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลขุขันธ์ ทราบชื่อ คือ นายนวกร คำผง อายุ 21 ปี หรือ “น้องฟิล์ม” ถูกยิงที่ใต้ราวนมข้างขวา ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา และนายพิพัฒน์ พงษ์สุวรรณ อายุ 15 ปี หรือ “ น้องกีร์ตา” ถูกยิงที่ส้นเท้าด้านซ้าย อาการปลอดภัยแล้ว ที่เกิดเหตุยังพบรถยนต์ 2 คัน คือ รถยนต์กระบะ แบบ แค็บ ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ผพ 3528 ขอนแก่น สภาพมีร่องรอยถูกยิงตรงล้อแม็ก และ รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 7กส 4743 กรุงเทพมหานคร สภาพกระจกด้านหน้ามีรอยกระจกแตก 2 จุด และด้านข้างมีรอยกระสุนอีก 1 จุด
ล่าสุด วันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณตลาดใกล้จุดเกิดเหตุ จะเห็นได้ว่า เวลา 15.58 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์ 2 คัน เข้ามาจอดไว้ที่ลานจอดรถของตลาด ก่อนพากันเดินข้ามถนนไปก่อเหตุบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ ก่อนที่ในเวลา 15.59.06 น. ของกล้องวงจรปิด จะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 ครั้ง คาดว่าเป็นเสียงปืนนัดสุดท้าย ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะพากันวิ่งกลับมาขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ และหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ
นายอ้วน (นามสมมุติ) ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังยืนขายน้ำอยู่บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 3 นัด จึงรีบหมอบลงเพื่อความปลอดภัย จากนั้นพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นวิ่งออกมาจากจุดเกิดเหตุ โดยสังเกตเห็นว่ามีหนึ่งในกลุ่มถืออาวุธปืน ลักษณะเป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล แต่ไม่สามารถจดจำใบหน้าได้อย่างชัดเจน โดยอาวุธปืนที่เห็นมีลักษณะคล้ายปืนไทยประดิษฐ์
หลังก่อเหตุ กลุ่มวัยรุ่นได้วิ่งข้ามถนนมายังฝั่งร้านของตน ซึ่งมีรถจักรยานยนต์จอดรออยู่ 2 คัน ได้แก่ ฮอนด้า เวฟ และพีซีเอ็กซ์ สีขาว โดยมีวัยรุ่นประมาณ 2–3 คน จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เก็บอาวุธและขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางด้านหลังตลาดอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความแตกตื่นให้กับประชาชน โดยในช่วงแรกคิดว่าไม่มีผู้เสียชีวิต จึงไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที แต่ยอมรับว่าพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นในปัจจุบันนี้อันตรายมาก มีการพกพาอาวุธปืนกันแทบทุกคน ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวทิ้งท้าย
ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ นายสมควร วงศ์พินิจ อายุ 65 ปี พ่อของหนึ่งในผู้ต้องสงสัย คือ ไอ้บิ๊ก เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ทราบว่าลูกชายจะออกไปทำอะไร เนื่องจากตนใช้ชีวิตเลี้ยงวัวเลี้ยงควายอยู่ที่บ้านเป็นประจำ อีกทั้งไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้าผู้เสียชีวิตมาก่อน โดยปกติลูกชายพักอาศัยอยู่กับแฟน และจะแวะเวียนกลับมาเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านเป็นครั้งคราว ซึ่งในวันเกิดเหตุเข้าใจเพียงว่าลูกชายออกไปดูเพื่อนคัดเลือกทหารเท่านั้น และไม่ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร
นายสมควร กล่าวต่อว่า ตนทราบเรื่องว่าลูกชายไปก่อเหตุยิงจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึงบ้านและให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขณะนี้ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงกับลูกชายโดยตรง ทั้งนี้ ตนมีลูกทั้งหมด 2 คน โดย “บิ๊ก” เป็นลูกคนสุดท้อง ปกติเป็นคนเรียบร้อย พูดน้อย ไม่เคยเกเรหรือทำร้ายใคร ตั้งแต่เด็กมักถูกเพื่อนแกล้งจนร้องไห้ ตนไม่เชื่อว่าลูกชายจะก่อเหตุยิงผู้อื่น
นายสมควร กล่าวต่อว่า ตนทราบเรื่องว่าลูกชายไปก่อเหตุยิงจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึงบ้านและให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขณะนี้ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงกับลูกชายโดยตรง ทั้งนี้ ตนมีลูกทั้งหมด 2 คน โดย “บิ๊ก” เป็นลูกคนสุดท้อง ปกติเป็นคนเรียบร้อย พูดน้อย ไม่เคยเกเรหรือทำร้ายใคร ตั้งแต่เด็กมักถูกเพื่อนแกล้งจนร้องไห้ ตนไม่เชื่อว่าลูกชายจะก่อเหตุยิงผู้อื่น
ส่วนเรื่องอาวุธปืนนั้น ไม่ทราบว่าลูกชายมีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากหลักฐานชี้ชัดว่าลูกชายเป็นผู้ก่อเหตุ ก็ต้องยอมรับผลของการกระทำ ตนเสียใจกับเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิต แต่ก็ได้ยินข้อมูลว่ามีการรุมทำร้ายกันในลักษณะ 30 ต่อ 2 คน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงแน่ชัดว่าลูกชายถูกทำร้ายก่อนหรือไม่
ล่าสุด พ.ต.อ. เดชนิวัฒน์ สมสุไทย ผู้กำกับการ (ผกก.) สถานีตำรวจภูธร (สภ.) ขุขันธ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท. ชัยวัฒน์ เปรี่ยมรัตนชัย รองผู้กำกับการสืบสวน (รอง ผกก.สส.) สภ.ขุขันธ์ นำชุดสืบสวน สภ.ขุขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจากกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เร่งติดตามตัวจนสามารถจับกุมตัว นายอภิชล วงษ์พินิจ หรือ บิ๊ก อายุ 22 ปี และ นายศราวุฒิ วงพินิจ หรือ “นนท์” อายุ 21 ปี ผู้ต้องสงสัย ซึ่งทั้งสองรับสารภาพว่าใช้อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ คนละกระบอก โดยใช้กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ยิงใส่กลุ่มผู้ตายและผู้บาดเจ็บ สาเหตุเนื่องจากถูกกลุ่มของผู้ตายรุมทำร้ายก่อน ขณะเข้ามาเกณฑ์ทหาร จึงใช้อาวุธปืนที่พกมายิงตอบโต้จนเกิดเหตุดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งสองไปตรวจหาสารเสพติด พบผลเป็นบวก จึงแจ้งข้อหาเสพสารเสพติด และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (ปืนเถื่อน) ส่วนข้อหาอื่นอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 19 หมู่ 13 บ้านหัวเสือ ตำบลหัวเสือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ “น้องฟิล์ม” ผู้เสียชีวิต โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติและชาวบ้านกำลังช่วยกันกางเต็นท์ เตรียมสถานที่ประกอบพิธี โดย นางฉวีวรรณ สว่างภพ อายุ 49 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนและลูกชายทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และเดินทางกลับจังหวัดศรีสะเกษในครั้งนี้ เพื่อพาลูกชายมาเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ในวันเกิดเหตุ ตนพาลูกชายมาที่สถานที่เกณฑ์ตามปกติ
ช่วงก่อนเกิดเหตุเห็นว่าน่าจะใช้เวลานาน จึงไปเข้าห้องน้ำเพียงไม่ถึง 10 นาที เมื่อกลับออกมาได้ยินชาวบ้านพูดว่า “คนบ้านหัวเสือโดนยิง” จึงรีบวิ่งไปดู ก่อนจะทราบว่าผู้ถูกยิงคือลูกชายของตน ก่อนเกิดเหตุไม่มีลางสังหรณ์ใด ๆ มีเพียงลูกชายที่ชวนว่า “ไปเกณฑ์ทหารกับผมไหม” โดยลูกชายขี่รถจักรยานยนต์มากับแฟนสาว ส่วนตนเดินทางตามมาภายหลัง และอยู่ในจุดที่มีแต่คนหมู่บ้านเดียวกัน จึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ถึงแม้ตนจะมีความกังวล ใจอยู่ไม่น้อย เนื่องจากมีวัยรุ่นจากหลายหมู่บ้านมารวมตัวกัน ซึ่งบางพื้นวัยรุ่นแต่ละหมู่บ้านก็มีความขัดแย้งกันอยู่ จึงพยายามอยู่กับลูกชายตลอดเวลา แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุอุกอาจเช่นนี้ ทั้งที่มีคนจำนวนมากอยู่ในพื้นที่
“สิ่งที่เกิดขึ้นตนไม่สามารถให้อภัยได้ หากมีโอกาสอยากถามแค่ว่า ฆ่าลูกแม่ทำไม ลูกแม่ไปทำอะไรผิด” และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หรือเป็นไปก็ประหารชีวิตเลยก็ได้ เพราะพวกนี้ไม่มีจิตสำนึก

