เอพี – อเมริกาเพิกถอนกรีนการ์ดหรือวีซ่าชาวอิหร่านอย่างน้อย 4 คนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเตหะรานทั้งชุดปัจจุบันและก่อนหน้านี้ โดย 2 คนในจำนวนนี้ซึ่งเป็นหลานและเหลนของอดีตผู้บัญชาการ IRGC ที่ถูกอเมริกาลอบสังหารเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ถูกหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองควบคุมตัวเตรียมเนรเทศ
การดำเนินการนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศว่า บุคคลเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์ได้รับสถานะผู้พำนักถาวรโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าอเมริกาอีกต่อไป หลังจากปลายปีที่แล้วอเมริกาเพิกถอนวีซ่านักการทูตและเจ้าหน้าที่คณะทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) หลายคน
ในแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อวันเสาร์ (4 เม.ย.) กระทรวงต่างประเทศระบุว่า ฮามิเดห์ โซไลมานี อัฟชาร์และบุตรสาว ซึ่งทั้งคู่เป็นหลานสาวและเหลนสาวของคัสเซม โซไลมานี อดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์อิสลาม (IRGC) ของอิหร่านที่ถูกอเมริกาลอบสังหารในการโจมตีทางอากาศใกล้สนามบินแบกแดดเมื่อปี 2020 นั้น ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ ควบคุมตัวเมื่อคืนวันศุกร์ (3 เม.ย.) หลังจากรูบิโอสั่งเพิกถอนกรีนการ์ดคนทั้งคู่
แถลงการณ์ยังระบุว่า สามีของอัฟชาร์ถูกห้ามเดินทางเข้าอเมริกา และสำทับว่า อัฟชาร์และลูกสาวใช้ชีวิตอย่างหรูหราในลอสแองเจลีสมานานหลายปี โดยที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลอิหร่านและการโจมตีต่อต้านอเมริกาอย่างเปิดเผย
รูบิโอโพสต์ว่า อัฟชาร์เป็นผู้สนับสนุนระบอบอิหร่านที่ตื่นเต้นยินดีกับการโจมตีคนอเมริกัน และเรียกอเมริกาว่า ปีศาจร้าย และสำทับว่า คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ยอมให้อเมริกากลายเป็นที่พักพิงของต่างชาติที่ให้การสนับสนุนระบอบก่อการร้ายที่ต่อต้านอเมริกา
อัฟชาร์และลูกสาวเป็นเพียงคนอิหร่านกลุ่มล่าสุดที่ถูกรูบิโอเพิกถอนสถานะตามกฎหมายในอเมริกา โดยก่อนหน้านี้รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ผู้นี้ได้เพิกถอนวีซ่าของฟาเตเมห์ อาร์เดชีร์-ลาริจานี นักวิชาการและ
บุตรสาวของ อาลี ลาริจานี อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติที่เสียชีวิตระหว่างการโจมตีทางอากาศของอเมริกาและอิสราเอลเมื่อเดือนที่แล้ว
นอกจากนั้น เซเยด คาลันตาร์ โมตาเมดี สามีของลาริจานียังถูกเพิกถอนวีซ่าด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บุคคลทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในอเมริกา
ช่วงต้นเดือน ธ.ค. ก่อนที่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้น กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เพิกถอนหรือปฏิเสธการต่ออายุวีซ่านักการทูตอิหร่านหลายคน ซึ่งรวมถึงอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่คณะทูตอิหร่านประจำยูเอ็น
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันศุกร์ (3 เม.ย.) ว่า การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. แต่ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมโดยอ้างเหตุผลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย และตั้งข้อสังเกตว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการประท้วงหรือสงครามในขณะนี้

