xs
xsm
sm
md
lg

พาณิชย์ สุราษฎร์ หอบหลักฐานแจ้งความ "พี.ซี.สยามปิโตรเลียม" ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ในภาคใต้ 3 ข้อหา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สุราษฎร์ธานี - พาณิชย์สุราษฎร์ หอบหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี "พี.ซี.สยามปิโตรเลียม" ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ในพื้นที่ ข้อหากักตุนสินค้าควบคุม หลังพบพฤติการณ์ต้องสงสัยช่วงเดือนมีนาคม 2569 ด้านบริษัทออกแถลงการณ์แล้ว เตรียมแถลงข่าว 6 เม.ย.


เมื่อคืนวันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 23.30 น. นายกอบ ทวนดำ พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะตัวแทนผู้เสียหายและเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีกับ บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด (สำนักงานใหญ่) ตั้งอยู่เลขที่ 91/1 หมู่ 1 ถนนกาญจนวิถี ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีใน 3 ข้อหา ได้แก่ ครอบครองสินค้าควบคุมเกินปริมาณที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา 25 (12) , เก็บสินค้าควบคุมในสถานที่อื่นนอกจากที่แจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 25 (5) และ ไม่นำสินค้าออกจำหน่าย ปฏิเสธการขาย หรือประวิงการส่งมอบโดยไม่มีเหตุสมควร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วงเดือนมีนาคม 2569 หลังรับแจ้งความทางพนักงานสอบสวนได้บันทึกปากคำผู้เสียหายเรียบร้อยแล้ว ภายใต้คดีอาญาที่ 468/2569 พร้อมเตรียมสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม วันนี้ ( 5 เม.ย.) ทางพล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี ได้รายงานเรื่องนี้ต่อ นายจุมพฏ วรรณศิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี เพื่อทราบ กรณีพาณิชย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ กับพนักงานสอบสวน สภ. เมืองสุราษฎร์ธานี ให้ดำเนินคดีกับ บริษัท พี.ซี สยามปิโตรเลียม จำกัด (สำนักงานใหญ่) โดยพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว ตามคดีอาญาที่ 468/2569 ประจำวันข้อ 17 เวลา 23.13 น. ลง 4 ม.ย.69 และจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานติดตามตัวผู้กระทำผิดในคดีนี้มา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ขณะเดียวกัน บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงในวันเดียวกัน ยืนยันว่าบริษัทประกอบกิจการในฐานะผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 รับซื้อ จำหน่าย และจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่สุราษฎร์ธานี ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยบริษัทระบุว่า การบริหารสต็อกน้ำมันทั้งหมดเป็นไปตามแผนการจัดส่งและสำรองปกติ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าไม่มีนโยบายหรือพฤติการณ์กักตุนเพื่อแสวงหาประโยชน์จากสถานการณ์แต่อย่างใด

บริษัทยังระบุด้วยว่า มีระบบบริหารจัดการสต็อกที่ตรวจสอบได้ แยกเก็บอย่างชัดเจน ไม่ปะปนกับน้ำมันของผู้ประกอบการรายอื่น และกระบวนการรับเข้า-จ่ายออกดำเนินการตามปกติ โปร่งใส ถูกกฎหมาย พร้อมประกาศยินดีให้ภาครัฐเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและพร้อมเปิดเผยเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องครบถ้วน

อย่างไรก็ตามสำหรับการเข้าแจ้งความในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 เม.ย. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมคณะทำงานเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมกันลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี.ได้เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นผู้ค้าขนาดใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่การขนส่งน้ำมันในภาคใต้ตอนบน รวม 6 จุด เพื่อดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ลงวันที่ 20 มี.ค.69 ในการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


จากการลงพื้นที่ตรวจปฏิบัติการ คณะทำงาน พบผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 บางราย ปริมาณคงคลังในเดือน มี.ค.69 มีปริมาณการรับเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าคลัง มากกว่าการขายออกไป ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการประกอบธุรกิจในเดือน ก.พ.69 ที่มีการรับเข้าและจำหน่ายออกในภาพใกล้เคียงกัน

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า สำหรับความผิดปกติที่พบเจอจากการตรวจบริษัทคลังน้ำมันขนาดใหญ่ 6 จุด ใน จ.สุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ 1 เม.ย.69 นั้น จากข้อมูลของคณะทำงานพบว่า “บริษัท พีซี สยาม ปิโตรเลียม จำกัด” คือ จุดที่มีการกักตุนน้ำมันกว่า 2 ล้านลิตร
เนื่องจากเดิมข้อมูลในเดือน ก.พ.69 บริษัทฯ มีการขายออกน้ำมัน 1.7 ล้านลิตร แต่พอในเดือน มี.ค.69 ที่มีการปรับลดอัตราชดเชยกองทุนน้ำมัน บริษัทฯ กลับขายออกน้ำมันเพียง 4 แสนลิตรเท่านั้น ถือว่าปริมาณน้ำมันคงค้างในคลังน้ำมันเยอะมากผิดปกติ ส่วนในจุดอื่นจะต้องมีการขยายผลต่อไป

สำหรับบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2533 โดยนายพรชัย เหลืองกำธร ด้วยทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท เริ่มต้นธุรกิจในฐานะผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 6 ก่อนพัฒนาสู่การเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ภายใต้พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซึ่งสามารถนำเข้าน้ำมันหรือจัดซื้อจากโรงกลั่นภายในประเทศได้โดยตรง
ปัจจุบัน บริษัทถือเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ในภาคใต้ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และมีโครงสร้างธุรกิจด้านพลังงานครบวงจร ครอบคลุมทั้งการค้าส่ง การขนส่ง และการจำหน่ายปลีกผ่านสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ “PC” บริษัทมีคลังน้ำมันในเครือรวม 4 แห่ง กระจายอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สงขลา ฉะเชิงเทรา และนครสวรรค์ เพื่อรองรับการบริหารจัดการสต็อกและการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ

นอกจากนี้ ยังได้ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ โลจิสติกส์ เหมืองแร่ เกษตรกรรม และอสังหาริมทรัพย์ รวมมากกว่า 26 บริษัทในเครือ โดยมีสินทรัพย์รวมประมาณ 2,132 ล้านบาท (ข้อมูลช่วงปี 2568–2569)

ทั้งนี้ บริษัทเริ่มเปิดสถานีบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้า “PC” แห่งแรกในอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี พ.ศ. 2535 และได้ขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสถานีบริการมากกว่า 30 แห่งในพื้นที่ภาคใต้

อย่างไรก็ต ในวันที่ 6 เม.ย. ทางบริษัทจะแถลงข่าว ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่เกิดขึ้น กับสื่อมวลชน