วิกฤตในอ่าวเปอร์เซีย แผ่ลามไปถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในนิวยอร์ก หลังบรรดาชาติอาหรับได้ร้องขออย่างเป็นทางการสำหรับอาณัติในการใช้กำลังทำลายการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน ปฏิบัติการที่ทางประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ให้ความเห็นในวันเดียวกันว่า เป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริงและเสี่ยงสูงที่จะถูกถล่มด้วยขีปนาวุธ
จัสซิม อัล-บูไดวี เลขาธิการคณะมนตรีความร่วมมือแห่งอ่าวอาหรับ (GCC) เรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ให้อำนาจ "ทุกมาตรการที่จำเป็น" คำศัพท์เฉพาะทางของสหประชาชาติที่ให้อำนาจแทรกแซงทางทหาร สำหรับรับประกันการเดินเรือระหว่างประเทศ
อัล-บูไดวี ประณาม อิหราน ได้ข้าม "ทุกเส้นตายไปหมดแล้ว" ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนและทางพลังงานในบรรดาชาติเพื่อนบ้าน อย่างเช่นในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, คูเวต และบาห์เรน เขาเน้นย้ำว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่ปัญหาในระดับภูมิภาค แต่เป็นคือ "การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ" ที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก เช่นเดียวกับก๊าซธรรมชาติและปุ๋ย
บาห์เรน ซึ่งเป็นประธานหมุนเวียนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเดือนนี้ ยื่นร่างญัตติหนึ่งเพื่อทำการลงมติกันในวันศุกร์(3 เม.ย.) สำหรับการให้อำนาจรัฐสมาชิกใช้ "ทุกวิถีทางที่จำเป็น" สำหรับรับประกันการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ, อ่าวปอร์เซีย และอ่าวโอมาน อย่างไรก็ตาม จีน ชาติซึ่งมีสิทธิ์วีโต้ แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน คัดค้านการให้อาณัติต่อการใช้กำลังใดๆ
ฟู่ฉง ผู้แทนทูตจีนประจำสหประชาชาติ กล่าวกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าปักกิ่ง คัดค้านการให้อาณัติรัฐสมาชิกใช้กำลัง "มันจะเป็นการทำให้การใช้กำลังที่ผิดกฎหมายและเลือกปฏิบัติ กลายเป็นเรื่องชอบธรรม ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายและนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรง"
มติใดๆของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จำเป็นต้องได้รับคะแนนโหวตอย่างน้อย 9 เสียงและต้องไม่ถูกวีโต้จากชาติใดชาติหนึ่งในสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคง 5 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วยสหรัฐฯ, รัสเซีย, จีน, สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส
ระหว่างรอผลการลงมติในวันศุกร์(3เม.ย.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงส่งสารที่ผสมผสานออกมา ด้านหนึ่งบอกว่าแสดงความยินดีที่อิหร่านสนใจในข้อตกลงหยุดยิง แต่อีกด้าน ก็ยังเดินหน้าขู่ทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ถ้าไม่เปิดช่องแคบตามปกติในทันที
ความเคลื่อนไหวของเลขาธิการคณะมนตรีความร่วมมือแห่งอ่าวอาหรับ แม้ขึ้นแม้ว่าอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ในวันพฤหัสบดี(2 เม.ย.) ส่งเสียงเตือนว่าปฏิบัติการทางทหารเพื่อบีบบังคับให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ "ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง" และมีความเสี่ยงต่างๆนานามากมาย
ท่าทีเกี่ยวกับการใช้กำลังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ท้าบรรดาพันธมิตรของอเมริกาให้หาทางเปิดน่านน้ำที่สำคัญแห่งนี้กันเอาเอง
"บางคนปกป้องความคิดปลดปล่อยช่องแคบฮอร์มุซด้วยการใช้กำลัง ผ่านปฏิบัติการทางทหาร จุดยืนสหรัฐฯแสดงออกในบางครั้ง แม้คำพูดแต่ละครั้งจะแตกต่างกันออกไปก็ตาม" มาครงกล่าวระหว่างเยือนเกาหลีใต้
"มันไม่ได้อยู่บนความเป็นจริง เพราะว่ามันต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการที่ยาวนานและทำให้ใครก็ตามที่กำลังข้ามช่องแคบต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากชายฝั่ง จากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ผู้ที่ครอบครองอาวุธยุทโธปกรณ์สำคัญๆ เช่นเดียวกับขีปนาวุธ และความเสี่ยงอื่นๆอีกมากมาย"
(ที่มา:ออโรราอิสราเอล/รอยเตอร์)

