xs
xsm
sm
md
lg

จะอยู่กันยังไง! น้ำมันพุ่ง $11 หลังทรัมป์ขู่ถล่มแหลกอิหร่าน ทองคำร่วง-หุ้นสหรัฐฯปิดแคบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ราคาน้ำมันสัญญาสหรัฐฯและเบรนท์พุ่งกว่า 11% และเกือบ 8% ตามลำดับ ในวันพฤหัสบดี(2เม.ย.) นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความปั่นป่วนทางอุปทานพลังงานที่อาจลากยาว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าอเมริกาจะเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป ปัจจัยนี้ก่อความกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ฉุดทองคำปรับลดหนัก ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสาน หลังมีข่าวเกี่ยวกับความพยายามทางการทูตยุติความขัดแย้งดังกล่าว

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 11.42 ดอลลาร์ ปิดที่ 111.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2020 ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 7.87 ดอลลาร์ ปิดที่ 109.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทรัมป์ บอกว่าปฏิบัติการทางทหารจะยกระดับหนักหน่วงขึ้น และไม่ได้ระบุอย่างเจาะจงเกี่ยวกับกรอบเวลาของการยุติความเป็นปรปักษ์ นอกจากนี้แล้วเขาไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆต่อมาตรการหนึ่งใดที่อาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

"เราจะโจมตีพวกเขาหนักมากในช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า" ทรัมป์กล่าว "เราจะทำให้พวกเขาย้อนกลับสู่ยุคหิน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาคู่ควร"

คำประกาศเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านต่อไปอีกหลายสัปดาห์ของทรัมป์ ผลักให้น้ำมันพุ่งทะยาน แต่ขณะเดียวกันมันก็โหมหระพือความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ กัดเซาะความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จะปรับอัตราดอกเบี้ย ปัจจัยนี้ฉุดราคาทองคำดิ่งลงแรงในวันพฤหัสบดี(2 เม.ย.) โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนเมษายน ลดลง 2.8 % ปิดที่ 4,679.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันพฤหัสบดี(2 เม.ย.) หลังสัญญาณทางการทูตออกมาจากตะวันออกมา ช่วยสยบความตื่นตระหนักในตลาด ที่โหมกระพือขึ้นจากคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่บอกว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านหนักหน่วงกว่าเดิม

ดาวโจนส์ ลดลง 61.07 จุด (0.13 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 46,504.67 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 7.37 จุด (0.11 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,582.69 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 38.23 จุด (0.18 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 21,879.18 จุด

ความวิตกกังวลดูเบาบางลงในช่วงบ่าย หลังจากกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่ากำลังร่างพิธีสารกับโอมานในการบริหารจัดการการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่าหลายสิบประเทศกำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับหนทางยุติวิกฤต

(ที่มา:รอยเตอร์)