กองปราบตามรวบครูใจทราม ร่วมกลุ่มเพื่อนครู ลวงลูกศิษย์ ม.2 มาสอนการบ้านที่บ้านพัก ก่อนรุมโทรมยับ ศาลสั่งคุกตลอดชีวิต แต่หลบหนี อ้างรับคำพิพากษาไม่ได้
วันนี้ ( 2 เม.ย.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายชิงชาญ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 297/2568 ลงวันที่ 9 ก.ค. 68 ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเรา,ความผิดเกี่ยวกับเพศ,ความผิดต่อเสรีภาพ” มาบังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้บริเวณหน้าห้องแถว ใน ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
ทั้งนี้ทราบว่าเมื่อปี 2562 ผู้เสียหายซึ่งเป็นยายได้พา ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี หลานสาวเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด จ.มุกดาหาร ว่า หลานสาวนักเรียนชั้น ม.2 ถูก นายวิพจน์ฯ ครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร พร้อมกลุ่มครูโรงเรียนเดียวกันอีก 4 คน และศิษย์เก่าอีก 2 คน ร่วมกันลวงไปข่มขืน ทราบอีกด้วยว่ายังมีเพื่อนของ ด.ญ.เอ ที่เรียนอยู่ชั้น ม.4 ด้วยกัน ก็ถูกหลอกมาข่มขืนด้วย
สอบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีการหลอกให้ผู้เสียหายมาหาที่บ้านพักครูบริเวณด้านหลังโรงเรียน อ้างจะสอนการบ้านให้ เด็กหลงเชื่อยอมมาหาที่บ้านพัก ก่อนจะลงมือข่มขืน หลังเกิดเหตุ นายชิงชาญ เห็นว่าผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความ จึงพาเด็กมาข่มขืนอีกเรื่อย ๆ พร้อมชักชวนให้กลุ่มครูโรงเรียนเดียวกัน พาผู้เสียหายหมุนเวียนไปก่อเหตุตามสถานที่ต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เด็กพาเพื่อนนักเรียนชั้น ม.4 มาให้ผู้ต้องหาทั้ง 7 คนร่วมกันข่มขืนอีกด้วย
หลังจากนั้นก็ข่มขู่ห้ามไม่ให้นักเรียนทั้งสองนำเรื่องไปบอกใคร มิฉะนั้นจะไม่ให้เลื่อนชั้นเรียน และทุกครั้งจะมีการถ่ายคลิปเอาไว้แบล็กเมลเด็กทั้ง 2 ด้วย ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหา 7 คนร่วมก่อเหตุมาเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานตลอด 1 ปี เฉลี่ยเดือนละ 1 - 2 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะเป็นลักษณะรุมโทรม โดยเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ ทั้งบ้านพักครู ห้องเรียน หรือสถานที่อื่น ๆ หมุนเวียนกันไปแล้วแต่กลุ่มผู้ต้องหาจะเป็นคนกำหนด
ต่อมาหลังแจ้งความ พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออมุติต่อศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับ ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 7 รายก็รีบเข้ามอบตัว พร้อมขอให้การปฏิเสธ กระทั่งมีการนำตัวฝากขังต่อศาล ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้ขอประกันตัวออกไป ใช้หลักทรัพย์คนละ 3 แสนบาท ส่วนทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัด สั่งให้ครูทั้ง 5 ราย มาประจำยังเขตพื้นที่ฯ และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
จากนั้นเมื่อปี 2566 ศาลจังหวัดมุกดาหาร นัดอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว มีพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิตผู้ต้องหา 4 คน ที่เหลืออีก 3 ยกฟ้อง เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำผิดจริงหรือไม่ ส่วนความเสียหายทางแพ่งโดยรวมของจำเลยทุกคน ต้องชดใช้สูงเกือบ 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยวันนัดฟังคำพิพากษา นายชิงชาญ ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงออกหมายจับไว้
ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือให้จำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องหา 5 ราย ทั้งหมดให้การรับสารภาพ ก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษตามกฎหมาย เหลือนายชิงชาญที่ยังคงหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าปัจจุบันนายชิงชาญหลบหนีมากบดานที่ห้องแถวแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จึงลงพื้นที่ตรวจสอบก่อนทำการจับกุมดังกล่าว
สอบสวนนายชิงชาญ ให้การว่าตนตั้งใจหลบหนีมาใช้ชีวิตแบบสันโดษ รับจ้างทำสวนทำไร่ และใช้ชีวิตในห้องแถวเงียบ ๆ ไม่ได้ติดต่อใคร โดยตั้งใจไว้ว่าจะหลบหนีไปตลอด 20 ปี เพื่อรอให้คดีหมดอายุความ เพราะรับไม่ได้กับคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่สุดท้ายไปไม่รอด จึงนำตัวนำส่งศาลจังหวัดมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

