xs
xsm
sm
md
lg

ฉก.นราธิวาสแจงยิบ! สยบข่าวลือทิ้งระเบิดใส่สวนยาง ยันเป็นของบีอาร์เอ็น กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นราธิวาส - ฉก.นราธิวาสออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีกระแสข่าวลือในโซเชียลมีเดีย อ้างว่าเจ้าหน้าที่รัฐใช้เฮลิคอปเตอร์บินต่ำทิ้งระเบิดใส่พื้นที่ทำกินและสวนยางพาราของชาวบ้านในเขตเทือกเขาตะเว อ.สุคิริน ยันเป็นข้อมูลเท็จที่กลุ่ม BRN พยายามบิดเบือนเพื่อสร้างความสับสน

หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) ระบุว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 03.00 น. ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย (ทหาร, ตำรวจ, ปกครอง) พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และผู้นำท้องถิ่น เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณ บ้านกูนาลูแง หมู่ที่ 2 ต.เกียร์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบหลักฐานสำคัญในที่เกิดเหตุ ดังนี้

หลุมระเบิดขนาดกว้างประมาณ110 ซม. และยาว 120 ซม. จำนวน 1 หลุม ชิ้นส่วนประกอบระเบิด พบสะเก็ดระเบิดลักษณะ "ลูกเหล็ก" (Ball Bearing) ขนาด 6 มม. จำนวน 4 ลูก และชิ้นส่วนกระเดื่องนิรภัยทำจากท่อ PVC สีฟ้า 1 ชิ้น โดยระยะการตกอยู่ห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 10 เมตร


ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ระบุชัดเจนว่า วัตถุพยานที่พบมีลักษณะเฉพาะที่ตรงกับรูปแบบการผลิตระเบิดของกลุ่ม BRN ที่เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง เช่น เหตุลอบวางระเบิดฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 4 เมื่อปี 2566

เจ้าหน้าที่ ระบุว่า ระเบิดดังกล่าวคือ "ลูกระเบิดขว้างแบบแสวงเครื่อง" ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้ขว้างเพื่อสกัดกั้นการติดตามของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ยกระดับมาตรการบังคับใช้กฎหมายเพื่อติดตามตัวคนร้ายจากเหตุการณ์ซุ่มยิงอาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ดรุณ ดารอเฮ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา


ในส่วนของเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่ชาวบ้านได้ยินนั้น ฉก.นราธิวาส ยืนยันว่า เป็นการใช้เพื่อ "ลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศ" (Aerial Reconnaissance) และสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยภาคพื้นดิน (Ground Troop Support) เพื่อป้องกันอันตรายจากการซุ่มโจมตีหรือการวางกับดักระเบิด โดยเน้นย้ำว่า "ไม่มีการติดตั้งหรือบรรทุกระเบิดเพื่อโจมตีทางอากาศแต่อย่างใด"

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่เทือกเขาตะเวและป่าโดยรอบจนมั่นใจว่าปลอดภัย 100% และได้ส่งมอบพื้นที่คืนให้ชาวสวนยางกลับไปประกอบอาชีพได้ตามปกติแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 พร้อมขอความร่วมมือประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่บิดเบือนข้อเท็จจริง และสามารถติดตามข่าวสารที่ถูกต้องได้จากช่องทางประชาสัมพันธ์ของรัฐ