ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯในวันพุธ(1เม.ย.) หยิบยกปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ขึ้นมาปราศรัยกับประชาชนทั่วประเเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 เดือน นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ยืนยันว่าอเมริกาใกล้ได้ชัยชนะแล้ว ท่ามกลางคะแนนนิยมของเขาที่ดำดิ่งลงเรื่อยๆ
ในถ้อยแถลงจากทำเนียบขาวในช่วงเย็นตามเวลาท้องถิ่น ทรัมป์แทบไม่ได้ให้รายละเอียดใหม่ใดๆว่าสงครามจะจบลงอย่างไร แต่ประกาศว่าในช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า จะโจมตีอิหร่าน "หนักหน่วงมากๆ"
"เรากำลังปิดงาน และเรากำลังปิดฉากมันอย่างรวดเร็วมากๆ เราเข้าใกล้มากแล้ว" เขากล่าวในถ้อยแถลงที่แทบไม่ต่างจากที่เขาโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์หรือให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างๆในทุกๆวัน
อย่างไรก็ตามด้วยที่คะแนนิยมแตะระดับต่ำสุดรอบใหม่และชาวอเมริกากำลังรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่พุ่งทะยาน ทรัมป์ชี้แจงย้อนหลังว่าทำไมเขาถึงเข้าร่วมกับอิสราเอลในการเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ทรัมป์ บอกว่าอเมริกามีเป้าหมายบดขยี้กองทัพอิหร่าน ยุติกรณีที่รัฐที่ปกป้องด้วยนักการศาสนาแห่งนี้ ให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธทั้งหลายในภูมิภาค และขัดขวางเตหะรานจากการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แม้องค์การเฝ้าระวังทางนิวเคลียร์และพวกนักสังเกตการณ์ทั้งหลายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แนวโน้มจะยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
"ผมยินดีที่จะบอกว่าวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์หลักเหล่านี้ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว" ทรัมป์กล่าวในการปราศรัยที่ใช้เวลาราวๆ 19 นาที "ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพของเราก่อชัยชนะที่รวดเร็ว เด็ดขาดและท่วมท้นในสมรภูมิรบ ชัยชนะเช่นนี้น้อยคนนักที่จะเคยได้พบเห็นมาก่อน" ทรัมป์กล่าว
ในวันแรกของความขัดแย้ง อิสราเอลสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่อยู่ในตำแหน่งมาช้านานของอิหร่าน และ ทรัมป์ อวดอ้างว่าพวกผู้นำของเตหะราน ส่วนใหญ่ในอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว
อย่างไรก็ตามอิหร่านตอบโต้ด้วยการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรืออันสำคัญที่มุ่งหน้าสู่อ่าวเปอร์เซีย และคิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานน้ำมันโลก ทั้งที่ก่อนทำสงครามมันก็เปิดการสัญจรตามปกติ
ราคาเบนซินในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเหนือ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน(มากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อลิตร) เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอ่อนแอลง ฉุดลากคะแนนนิยมของทรัมป์ ที่เปราะบางอยู่ก่อนแล้วจากปัญหาเศรษฐกิจ ให้ดำดิ่งลงไปอีก
ผลสำรวจความคิดเห็นเมื่อเร็วๆนี้พบว่าคะแนนนิยมโดยรวมของทรัมป์ร่วงลงต่ำกว่า 40% โดยความไม่พอใจพุ่งขึ้นในบรรดาผู้ที่มีอายุ 50 ปีเศษๆ ขณะที่สงครามกับอิหร่านไม่ได้รับความนิยมอยู่ก่อนแล้วในหลายกลุ่มก่อนภายในพรรครีพับลิกันของเขา
ในส่วนของราคาน้ำมันโลกพุ่งทะยานทันที ตามหลังคำปราศรัยล่าสุดของ ทรัมป์ ที่แทบไม่ได้ความสบายใจใดๆแก่นักลงทุน ที่วิตกกังวลเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯเน้นย้ำเสียงเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆช่วยกันเปิดช่องแคบแห่งนี้
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดตัวขึ้น 4% แตะระดับสูงสุด 105.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต เพิ่มขึ้น 3% แตะระดับ 103.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งที่น้ำมันดิบทั้ง 2 สัญญาต่างขยับลง ก่อนหน้าถ้อยแถลงของทรัมป์
เป็นอีกครั้งที่ ทรัมป์ ขู่ว่าถ้าอิหร่านไม่บรรลุข้อตกลงในการเจรจาหาทางออกกับเขา ทางสหรัฐฯจะโจมตีโรงไฟฟ้าทุกแห่งของเตหะราน แม้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนใดๆถูกมองอย่างกว้างขวางว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ภายใต้กฎแห่งสงครามและอาจเข้าองค์ประกอบของอาชญากรรมสงคราม
"ในช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า เราจะลากพวกเขากลับสู่ยุคหิน ซึ่งเป็นที่ที่คู่ควรกับพวกเขา" ทรัมป์กล่าวในคำปราศรัย ที่แทบจะไม่พูดถึงการทูตแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้ในวันพุธ(1 เม.ย.) ทรัมป์ อวดอ้างเกี่ยวกับชัยชนะครั้งสำคัญ บอกว่าประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน กำลังเสาะหาข้อตกลงหยุดยิง อย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกมาปฏิเสธทันทีทันใด กล่าวหาวอชิงตันยื่นข้อเรียกร้อง "แบบขั้นสุดและไม่สมเหตุสมผล"
กระนั้นในถ้อยแถลง ทรัมป์ เน้นย้ำวาทกรรมของตนเอง "เรามีใพ่ทุกอย่างในมือ แต่พวกเขาไม่มี"
ทรัมป์ ส่งน้ำเสียงปลอบใจไปยังบรรดาประเทศต่างๆในอ่าวอาหรับ ที่ถูกอิหร่านโจมตีแก้แค้น บอกว่าเขาจะไม่ปล่อยให้พวกเขาเจ็บปวดและล่มสลาย
อย่างไรก็ตามในส่วนของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้น ดูเหมือนผู้นำสหรัฐฯยังประชดประชันถึงบรรดาชาติพันธมิตรที่ปฏิเสธร่วมวงสงคราม บอกว่า "ชาติต่างๆที่ได้รับน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ต้องดูแลการสัญจรดังกล่าวกันเอง" ทรัมป์ระบุ และเรียกร้องให้พวกเขาแสดงความกล้าหาญขึ้นมาบ้าง
(ที่มา:รอยเตอร์/เอเอฟพี)

