ประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขู่หยุดป้อนอาวุธแก่ยูเครน เพื่อกดดันบรรดาพันธมิตรยุโรป ให้เข้าร่วม "แนวร่วมแห่งความเต็มใจ" สำหรับเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของไฟแนนเชียลไทม์ส อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดในประเด็นนี้
ช่องแคบฮอร์มุซ แทบถูกปิดตายโดยอิหร่าน หลังสหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขัดขวางเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันสำคัญยิ่ง คิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานโลก
ผู้นำสหรัฐฯเรียกร้องให้กองทัพเรือนาโต ช่วยเขาเปิดน่านน้ำแคบๆแห่งนี้เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ถูกปฏิเสธจากบรรดาชาติยุโรป ซึ่งบอกว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าความขัดแย้งยังคงมีอยู่ ขณะเดียวกันหลายชาติพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า "มันไม่ใช่สงครามของเรา"
ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ 3 คนที่ใกล้ชิดกับการพูดคุยในเรื่องนี้ เปิดเผยว่า ทรัมป์ ตอบโต้ท่าทีดังกล่าวของบรรดาพันธมิตรยุโรป ด้วยการขู่หยุดป้อนอาวุธสู่ Purl กลไกการสนับสนุนทางการเงินที่ริเริ่มโดยนาโตและสหรัฐฯ โดยมันเป็นการที่บรรดาชาติยุโรปให้เงินสนับสนุนจัดซื้ออาวุธที่ผลิตในสหรัฐฯ ส่งต่อไปยังยูเครน
ผลก็คือ ทางกลุ่มประเทศต่างๆ ในนั้นรวมถึงสมาชิกสำคัญของพันธมิตรนาโต อย่างเช่นฝรั่งเศส, เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ออกถอยแถลงเร่งด่วนเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ระบุวา "เราแสดงความพร้อมสนับสนุนความพยายามต่างๆที่เหมาะสม สำหรับรับประกันการล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย" ความเคลื่อนไหวซึ่งเป็นไปตามเสียงเรียกร้องของ มาร์ค รุตต์ เลขาธิการนาโต
หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ได้รับฟังรายงานสรุปเกี่ยวกับการหารือ ระบุว่า "รุตต์ต้องยืนกรานเกี่ยวกับถ้อยแถลงรวม เพราะว่า ทรัมป์ ขู่ถอนตัวจาก Purl และจากยูเครนโดยทั่วไป จากนั้นจึงรีบมีการจัดทำถ้อยแถลงอย่างรวดเร็ว และประเทศอื่นๆจะเข้ามาร่วมในภายหลัง เพราะว่าไม่มีเวลามากพอที่จะเชิญทุกคนมาร่วมลงนามในทันที"
รุตต์ เกี่ยวข้องในการพูดคุยทางโทรศัพท์กับ ทรัมป์ และ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯหลายครั้งในช่วง 2 วัน ก่อนที่จะมีการออกถ้อยแถลงดังกล่าว
เจ้าหน้าที่สหราชอาณาจักรยืนยันว่าสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ พูดคุยหารือกันเกี่ยวกับตัวเลือกบนพื้นทางทหาร สำหรับคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนวันที่ 19 มีนาคม จริง และไม่ปฏิเสธว่าวอชิงตันขู่ถอนตัวจากการสนับสนุนยูเครน ถ้าบรรดาชาตินาโตไม่ยอมยกระดับช่วยเหลือ
แอนนา เคลลี เลขานุการฝ่ายสื่อสารมวลชนของทำเนียบขาว ระบุว่า "ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความผิดหวังกับนาโตและพันธมิตรอื่นๆอย่างชัดเจน และอย่างที่ท่านประธานาธิบดีเน้นย้ำ สหรัฐฯจะจำเอาไว้"
ทรัมป์ เน้นย้ำแสดงความผิดหวังของเขาที่มีต่อบรรดาพันธมิตรยุโรป ต่อการนิ่งเฉยไม่ยอมช่วยเหลือสหรัฐฯทำสงครามกับอิหร่าน พร้อมกับโยนความขัดแย้งในยูเครน ว่าเป็นปัญหาของยุโรป ไม่ใช่สหรัฐฯ "เราอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องนาโต ปกป้องพวกเขาจากรัสเซีย แต่พวกเขาไม่ปกป้องเรา มันน่าขันสิ้นดี" เขากล่าวระหว่างประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า เขามีแผนเน้นย้ำระหว่างกล่าวปราศรัยถึงประชาชนชาวอเมริกาในวันพุธ(1 เม.ย.) ว่าถ้าเขากำลังพิจารณาอย่างจริงจัง เกี่ยวกับการถอนตัวจากนาโต
ในการตอบคำถามเกี่ยวกับความขุ่นเคืองของทรัมป์ที่มีต่อพันธมิตรนาโต ในประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ทาง รุตต์ กล่าวว่า "ผมมั่นใจว่าพันธมิตร จะทำทุกๆอย่างเสมอ ในการสนับสนุนผลประโยชน์ร่วมของเรา" ทั้งนี้มีหลายประเทศลงนามในถ้อยแถลงร่วมเพิ่มเติม นับตั้งแต่มันถูกเผยแพร่ออกมาในวันที่ 19 มีนาคม
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวในวันพุธ(1 เม.ย.) ว่าเขาจะเป็นเจ้าภาพในสัปดาห์นี้ สำหรับการพูดคุยระหว่างบรรดาผู้ลงนาม 35 ชาติ ที่เข้าร่วมจัดตั้งแนวร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ "หลังจากการสู้รบหยุดลง"
รูบิโอ ระบุเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ว่ายุทโธปกรณ์ทางทหารที่สหรัฐฯป้อนแก่ยูเครนผ่านกลไก Purl ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง "ยังไม่มีการเบี่ยงเส้นทางใดๆ"
อย่างไรก็เตามเขาไม่ตัดความเป็นไปได้ในอนาคต ที่อเมริกาอาจเปลี่ยนเส้นทางอาวุธที่จัดสรรไว้ให้ยูเครน เพื่อนำไปเติมเต็มคลังสำรองของอเมริกาที่ใช้ไปในการทำสงครามกับอิหร่าน "ถ้าเราต้องการอะไรบางอย่างสำหรับอเมริกา เราจะกันมันไว้เพื่ออเมริกาก่อนเป็นลำดับแรก"
(ที่มา:ไฟแนนเชียลไทม์ส)

