xs
xsm
sm
md
lg

'อนุทิน' พร้อมแถลงนโยบาย คนละครึ่งต้องพลัสกว่าเดิม บขส.ขึ้นราคาหลังสงกรานต์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



'อนุทิน' พร้อมแถลงนโยบายรัฐบาลใหม่ ย้ำคนละครึ่งต้องพลัสกว่าเดิมเพื่อช่วยประชาชน ขณะที่ บขส. ประกาศตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ก่อนเตรียมปรับขึ้นค่าโดยสารหลังเทศกาล

แม้ว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเดินหน้าทำงานได้ เนื่องจากต้องผ่านการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน ซึ่งมีการกำหนดไว้เบื้องต้นว่าจะเป็นวันที่ 9 -10 เมษายน ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมเข้ารับฟังความคิดเห็นจากการอภิปรายของทุกฝ่าย

นายอนุทิน ระบุว่า การเตรียมร่างแถลงของรัฐบาลในขณะนี้ เหลืออีกเพียงนิดหน่อย โดยคาดว่าจะส่งให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาได้ในต้นสัปดาห์นี้ ส่วนระยะเวลาในการประชุมขึ้นอยู่กับวิปแต่ละฝ่ายที่จะต้องไปตกลงกัน ส่วนตัวไม่ได้มีความกังวลใดๆ เพราะเคยทำหน้าที่นี้มาแล้ว จึงถือว่าไม่ว่าจะเป็นการซักฟอกหรือการวิพากษ์วิจารณ์ การเสนอความเห็น การแนะแนวทาง เป็นมงคลกับตนเองทั้งนั้น เพราะในคำวิพากษ์วิจารณ์ก็จะมีคำแนะนำที่ดีๆ

“อย่าไปมองว่าเขาเป็นใคร เป็นนาย ก.หรือนาย ข. แต่พวกเขาคือผู้แทนของประชาชน เขาจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็เป็นคนที่ประชาชนเลือกเขามา ผมต้องมองประชาชนทั้ง 75 ล้านคน เป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เฉพาะคนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยมา ที่จะดูแลเท่านั้น แบบนี้ก็ไม่ใช่” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับโครงการคนละครึ่งยังเป็นโครงการที่ต้องทำ และเป็นเรื่องที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ต้องใช้คำว่าหลายพลัส โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสถานการณ์น้ำมัน จึงต้องพลัสขึ้นไปอีก เพื่อให้ประชาชนได้มีอะไรมาทดแทน ขณะที่ ทุกคนรับนโยบายไปดำเนินการ ซึ่งนโยบายแต่ละประเภท รัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวง ก็จะมีส่วนร่วมในการยกร่างและยกโครงขึ้นมา ส่วนตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็จะมีเพิ่ม และปรับปรุงเข้าไป แต่ก็จะไม่ได้ตัดทอนอะไร

ด้าน นายเอกนิติ กล่าวในโอกาสคล้ายวันสถาปนากระทรวงการคลัง ครบรอบ 151 ปี ว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ กระทรวงการคลังยังยืนยันว่า ฐานะการคลังของประเทศยังมั่นคง ยั่งยืน และมีความแข็งแกร่ง เพียงพอที่จะรองรับวิกฤติต่าง ๆ ได้อย่างมีเสถียรภาพ ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยก็ยังอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ นโยบายหลักของกระทรวงการคลัง คือ จะต้องเป็นเสาหลักการคลังที่ยั่งยืน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคนไทย ซึ่งเรายังคงยืนหยัดในหลักการของกระทรวงการคลังว่าเราเป็นคนดูแลการเงินของประเทศ ดังนั้นต้องทำให้การเงิน การคลังของประเทศมีความเข้มแข็ง สามารถที่จะใช้การคลัง การเงินของประเทศมาดูแลประชาชนให้มีความสุข มีความกินดีอยู่ดี มีรายได้ที่ดีขึ้น พัฒนาประเทศในภาพรวม เพื่อให้ประเทศไทยมีความยั่งยืน

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 บขส. พร้อมให้บริการรถโดยสารสาธารณะเส้นทางต่างๆ ทั่วประเทศ รองรับประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยปัจจุบันสถานการณ์ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงวันที่ 9-19 เม.ย.นี้ บขส. ยังคงตรึงราคาค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ (รถทัวร์) ทั้งรถบริษัทฯ และรถร่วม ที่ให้บริการ 6,000 คันไว้ในอัตราเดิม เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จากนั้นจะปรับขึ้นในอัตรา 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร(กม.) หรือ 10-12% ต่อเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.2569 ตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง

นายอรรถวิท กล่าวต่อว่า ส่วนรถตู้โดยสารสาธารณะ และรถโดยสารสาธารณะขนาดเล็ก (มินิบัส) ประมาณ 3 พันคัน จะปรับขึ้นค่าโดยสารในอัตรา 5 สตางค์ต่อกม. ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.2569 ทั้งนี้หากราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นจนถึง 45-50 บาทต่อลิตร ก็จะพิจารณาปรับเพิ่มค่าโดยสารอีกประมาณ 5-6 สตางค์ต่อ กม. เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง สำหรับการตรึงราคาค่าโดยสารในช่วงวันที่ 9-19 เม.ย.นี้ บขส. ขอรับการสนับสนุนเงินชดเชยจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน(กปถ.) ของกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เพื่อนำมาชดเชยจากการตรึงราคาค่าโดยสาร เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งการชดเชยดังกล่าวจะจ่ายตามที่นั่งที่จำหน่ายตั๋วโดยสารจริง