วันนี้ (1 เม.ย. 2569) นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของระบบโลจิสติกส์ ไปรษณีย์ไทยพยายามบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติเพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
.
ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยขานรับนโยบายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรึงราคาค่าบริการขนส่งไปรษณีย์ทุกประเภท โดยบริการไปรษณีย์พื้นฐาน ได้แก่ ไปรษณีย์ภัณฑ์ ของตีพิมพ์ ลงทะเบียน พัสดุไปรษณีย์ ยังคงอัตราค่าบริการเดิม ไม่มีการปรับขึ้น
.
แต่สำหรับบริการในเชิงพาณิชย์ ได้แก่ ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ในประเทศ และบริการ eCo Post มีความจำเป็นในการปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสามารถรักษามาตรฐานการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มปรับเพิ่มในอัตรา 3 บาทต่อชิ้น ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป
.
นายดนันท์ กล่าวว่า การปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิงเป็นแนวทางที่ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ใช้ในการบริหารต้นทุน โดยเป็นการปรับเฉพาะส่วนที่ผันแปรตามราคาพลังงาน ไม่ใช่การปรับโครงสร้างราคาทั้งระบบ และไปรษณีย์ไทยได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ
.
ไปรษณีย์ไทยตระหนักถึงภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในปัจจุบัน จึงพยายามบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติ และเลือกปรับในอัตราที่จำเป็นและเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ยังคงสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพและเข้าถึงได้ทุกคน พร้อมกันนี้ ไปรษณีย์ไทยจะติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด และจะพิจารณาปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
.
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการขนส่งพัสดุเอกชนรายใหญ่ ได้แก่ KEX Express, Flash Express, J&T Express ประกาศแจ้งปรับอัตราค่าบริการขนส่ง 3 บาทต่อชิ้น รวมถึง Best Express ประกาศแจ้งปรับอัตราค่าบริการขนส่ง ตามจำนวนน้ำหนัก เริ่มต้นที่ 3 บาท สูงสุด 11 บาทต่อชิ้น มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
......
Sondhi X

