xs
xsm
sm
md
lg

ยุโรปเมิน 'ทรัมป์' ด่ากราดไม่หนุนทำสงครามอิหร่าน เรียงหน้าห้าม US ใช้น่านฟ้า-ฐานทัพในปฏิบัติการโจมตี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ฝรั่งเศสและอิตาลี กลายเป็นชาติล่าสุดที่ออกมาตีกลับปฏฺบัติการทางทหารบางอย่างของสหรัฐฯและอิสราเอลที่กำลังทำศึกสงครามกับอิหร่าน แหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ในวันอังคาร(31 มี.ค.) ความเคลื่อนไหวที่ตอกย้ำให้เห็นถึงร่องรอยความแตกแยก ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์บรรดาพันธมิตรนาโตและยุโรปอย่างดุเดือด ไม่ยอมช่วยเหลือใดๆในสงครามกับอิหร่านที่ลากยาวมากว่า 1 เดือน

การตัดสินใจของฝรั่งเศสและอิตาลี มีขึ้นในฉากหลังแห่งความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันกับเหล่าพันธมิตรหลักๆเกี่ยวกับสงคราม หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคม ทรัมป์ เรียกบรรดาพันธมิตรนาโต "ขี้ขลาดตาขาว" ต่อกรณีที่ไม่ยอมสนับสนุนยุทธการจัดการกับอิหร่าน และล่าสุดในวันอังคาร(31 มี.ค.) เขาด่ากราดประเทศต่างๆที่ไม่เข้าช่วยในปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯและอิสราเอล

ทรัมป์ กล่าวหาฝรั่งเศส ขัดขวางเครื่องบินที่กำลังบรรทุกเสบียงทางทหารไปยังอิสราเอล จากการบินผ่านน่านฟ้า โดยเขียนบนทรูธโซเชียล เรียกปารีสว่า "ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง" ต่อมาทางเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส บอกว่ารู้สึกประหลาดใจกับโพสต์ดังกล่าว และเน้นย้ำว่าการตัดสินใจนี้สอดคล้องกับนโยบายของฝรั่งเศส นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น

แหล่งข่าวทูตตะวันตกเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า การปฏิเสธที่มีขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ถือเป็นครั้งแรกที่ฝรั่งเศสทำเช่นนี้ นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แหล่งข่าวบอกว่าอิสราเอลต้องการใช้น่านฟ้าของฝรั่งเศสลำเลียงอาวุธของสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน แต่ถูกปฏิเสธ

กระทรวงกลาโหมอิสราเอล ระบุในถ้อยแถลง กล่าวหาฝรั่งเศส กระตือรือร้นขัดขวางการลำเลียงอาวุธมายังอิสราเอล โดยฝรั่งเศสกำหนดการแบนดังกล่าว แม้มีการประสานงานล่วงหน้าและรับประกันว่ากระสุนนี้มีความตั้งใจใช้เล่นงานอิหร่านเท่านั้น และเน้นย้ำว่าความพยายามนี้มีความสำคัญยิ่งกับความมั่นคงยุโรป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อิตาลี ไม่อนุญาตให้เครื่องบินทหารของสหรัฐฯลงจอดที่ฐานทัพอากาศซิโกเนลลา ในเมืองซิซิลี สำหรับแวะพักก่อนมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Corriere della Sera ที่อ้างอิงแหล่งข่าว "เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯบางส่วน เดิมทีมีกำหนดลงจากที่ฐานทัพในเมืองซิซิลี ก่อนบินต่อไปยังตะวันออกกลาง"

ในเวลาต่อว่า กุยโด ครอเซตโต รัฐมนตรีกลาโหมของอิหร่าน อ้างว่าไม่มีรอยร้าวใดๆกับวอชิงตัน หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายใดๆ เขาโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ชี้แจงว่าฐานทัพอากาศของสหรัฐฯยังคงใช้งานได้ แต่วอชิงตันจำเป็นต้องขออนุญาตเป็นพิเศษ สำหรับการใช้งานในปฏิบัติการที่อยู่นอกเหนือข้อตกลงที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ด้าน สเปน ก็ออกมาปกป้องการตัดสินใจปิดน่านฟ้าโดยสมบูรณ์ ไม่ให้เครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯที่เกี่ยวข้องในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านบินผ่าน

นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน เป็นหนึ่งในบุคคลที่ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯและอิสราเอลดังที่สุด ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมของประเทศบอกว่าสเปนจะอนุญาตให้ใช้ฐานทัพ เพื่อการป้องกันตนเองร่วมกันของบรรดาพันธมิตรนาโตเท่านั้น

ขณะที่ ทรัมป์ ก็ชี้นิ้วโวยวายใส่สหประชาชาติ ว่า "ไร้ประโยชน์" ไม่นานก่อนที่สำนักพระราชวังบัคกิงแฮม ยืนยันว่ากษัตริย์ชาร์ลส์และราชินีคามิลลา จะเสด็จฯเยือนสหรัฐฯแบบรัฐพิธีในช่วงปลายเดือนเมษายน

เขาเขียนบนทรูธโซเชียลว่า "สำหรับประเทศเหล่านั้นที่ไม่สามารถหาเชื้อเพลิงเครื่องบินได้เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ เช่น สหราชอาณาจักร ซึ่งปฏิเสธที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำลายอิหร่าน ผมมีข้อเสนอแนะสำหรับพวกคุณ ข้อที่ 1 ซื้อจากสหรัฐฯ เรามีเหลือเฟือ และข้อที่ 2 รวบรวมความกล้าหาญที่รอคอยมานาน ไปที่ช่องแคบ และยึดมันมาเอง"

"พวกคุณจะต้องเริ่มเรียนรู้วิธีต่อสู้เพื่อตัวเอง สหรัฐฯจะไม่ช่วยเหลือคุณอีกต่อไป เช่นเดียวกับที่คุณไม่ได้ช่วยเหลือเรา อิหร่านถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว ส่วนที่ยากที่สุดผ่านไปแล้ว ไปหาแหล่งน้ำมันของคุณเองเถอะ!" ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุ

สหรัฐฯ, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน และ สหราชอาณาจักร ล้วนเป็นสมาชิกนาโต เช่นเดียวกับเยอรมนี ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพแรมสไตน์ ฐานทัพใหญ่ที่สุดของอเมริกาในยุโรป

เยอรมนี บอกในช่วงต้นๆของสงครามว่า ไม่มีข้อจำกัดกับสหัฐฯในการใช้ฐานทัพแห่งนี้ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวกลายมาเป็นประเด็นถกเถียง หลังประธานาธิบดีฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ เชื่อว่าสงครามของอเมริกาที่เปิดศึกกับอิหร่าน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(ที่มา:รอยเตอร์)