xs
xsm
sm
md
lg

นับถอยหลัง “ส้ม” แกนนำจบเส้นทาง !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ - วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - ศิริกัญญา ตันสกุล
เมืองไทย 360 องศา

ในที่สุดก็เป็นไปตามคาด เมื่อล่าสุดวันที่ 31 มีนาคม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติให้ยื่นคำร้อง 44 อดีตส.ส.พรรคก้าวไกล จากกรณียื่นเสนอแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต่อศาลฎีกา ในข้อหาผิดจริยธรรมร้านแรงแล้ว ซึ่งหากศาลรับคำฟ้อง ก็จะมีส.ส.ในปัจจุบันที่สังกัดพรรคประชาชนจำนวน 10 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที โดย ส.ส.ทั้งสิบคนดังกล่าวล้วนเป็นระดับแกนนำของพรรค ซึ่งเชื่อว่าจะกระทบต่อการทำงานของพรรคอย่างมากแน่นอน

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.มีมติให้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา กรณี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ในข้อหาผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

โดยหลังจากนี้ก็จะเป็นขั้นตอนทางธุรการในการจัดเตรียมเอกสารพร้อมคำร้องเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา โดยในทางธุรการจะต้องมีการประสานงานกับทางศาลว่ามีความพร้อมเมื่อไหร่เนื่องจากเอกสารประกอบคำร้องมีจำนวน 56 ชุด อีกทั้งจะต้องมีการสำเนาเอกสารให้กับคู่ความด้วย ดังนั้นจะต้องดูความพร้อมของสำนักงานฯว่าจะสามารถยื่นคำร้องได้เมื่อไหร่ ยืนยันว่าจะต้องดำเนินการโดยเร็ว

ส่วน สส.ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในนามพรรคประชาชนจะต้องมีการหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะมองเรื่องนี้อย่างไรเนื่องจากในขณะถูกร้อง สส.ดังกล่าวเป็น สส.อยู่ในสมัยเดิม แต่ปัจจุบันได้รับการเลือกตั้งเข้ามาใหม่ จำนวน 10 คน ซึ่งอยู่ในรายชื่อ 44 สส.ด้วย จึงต้องดูว่าศาลฎีกาจะสั่งรับคำร้องและสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยหรือไม่ หากเป็นไปตามแนวทางที่สำนักงานกฤษฎีกาตีความไว้ หาก สส.ดำรงตำแหน่งอยู่ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ย้ำว่าจะต้องรอดูคำสั่งของศาลฎีกา ป ป.ช.คงไปก้าวล่วงไม่ได้ แต่ในส่วนของการจัดทำคำร้องหรือคำขอของสำนักงานป.ป.ช.ก็ต้องเสนอให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ไปด้วยอยู่แล้ว ซึ่งกระบวนการจะไปจบที่ศาลอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ในจำนวนอดีต 44 สส.นั้น ปัจจุบันมี 10 คน ที่ยังดำรงตำแหน่ง สส.อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ในนามพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งอยู่ในข่ายเสี่ยงถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ประกอบด้วย สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ได้แก่

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ สส.เขต 2 คน ได้แก่ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กรุงเทพฯ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพฯ

อย่างไรก็ดี มติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ในครั้งนี้ ถือว่าไม่ได้ผิดไปจากความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะนี่คือ “ไฟต์บังคับ” ที่ต้องเดินไปแบบนี้อยู่แล้ว และที่ผ่านมาทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ก็ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ในการชี้มูลความผิด อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกลมาแล้ว เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้ ได้ขอยืดเวลาในการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเท่านั้นเอง และในที่สุดก็มาถึงตามขั้นตอนที่จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลแล้ว ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่นั้น ทางป.ป.ช.ก็ได้ระบุออกมาแล้วว่า “โดยเร็วที่สุด” ซึ่งทุกอย่างมีกรอบเวลา

ส่วนที่บอกว่าเป็น “ไฟต์บังคับ” และต้องเดินไปตามเส้นทางนี้ ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีมติเอกฉันท์ ให้ยุบพรรคก้าวไกล ฐานมีพฤติกรรมเจตนาบ่อนเซาะทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ จากนั้นก็นำไปสู่การร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จากนั้นก็นำร้องต่อศาลฎกาเพื่อเอาผิดทางอาญาตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับเส้นทางข้างหน้านั้น สำหรับอดีต 44 ส.ส.พรรคก้าวไกลดังกล่าว หากศาลชี้ออกมาในทางลบ ถือว่าต้องจบชีวิตทางการเมือง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่อาจถูกสั่งห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต ซึ่งในทางการเมืองเหมือนกับการ “ถูกประหารชีวิต” กันเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ดี ถึงอย่างไรก็ต้องรอผลการพิจารณาของศาลเสียก่อน แต่บรรดากูรูทั้งหลายมองตรงกันแล้วว่า “รอดยาก” และบรรดาเจ้าตัวทั้งหลาย ก็คงรู้ชะตากรรมล่วงหน้ากันแล้ว

ขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องพิจารณากันแบบต่อเนื่องกันก็คือ ผลกระทบต่อพรรคประชาชน ที่เป็นที่เกิดขึ้นหลังจากที่พรรคก้าวไกล ถูกสั่งยุบไป เพราะในจำนวนอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกลนั้น มีถึง 10 คน ที่เป็น ส.ส.ในสังกัดพรรคใหม่ คือพรรคประชาชน ที่มีทั้งหัวหน้าพรรค คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค รวมถึงบรรดาที่เรียกว่า “ตัวตึง” ที่มีบทบาทเด่นหลายคน เช่น นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ สส.เขต 2 คน ได้แก่ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กรุงเทพมหานคร นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาพรรคประชาชนก็มีความเคลื่อนไหวสำหรับการผ่องถ่ายทั้งเรื่องตำแหน่งภายในพรรคและตัวบุคคลขึ้นมาทดแทน อย่างเช่น ตำแหน่งหัวหน้าพรรคที่จะมาแทน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ได้รับการคาดหมายหรือมีการวางตัวมาแล้วน่าจะเป็น นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคนั้น ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนนัก เพียงแต่มีรายงานข่าวว่า หากศาลฎีกายังไม่พิจารณารับคำร้อง ก็จะให้ นายณัฐพงษ์ ลงมาทำหน้าที่เลขาธิการพรรค เป็นการชั่วคราวไปก่อน

สำหรับในทางการเมืองแล้วถือว่าพรรคประชาชน ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะการที่บุคคลของพรรคถูกดำเนินคดีทางการเมือง รวมไปถึงถูกตัดสิทธิ์ หรือแม้แต่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.รวดเดียวนับสิบคน หากศาลฎีการับคำฟ้องนั้น เพราะจะทำให้การทำงานขาดช่วง และเกิดอาการสะดุดแบบต่อเนื่อง จนอาจถึงขั้น “ชะงัก” ได้เลย เพราะหากนับตั้งแต่ยุบพรรคอนาคตใหม่ จนมาถึงพรรคก้าวไกล และมาจนถึงพรรคประชาชน ที่กำลังถูกดำเนินคดีพร้อมกันรวดเดียว 44 คน มีทั้งหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค และระดับแกนนำพรรคที่เป็น “ดาวเด่น” หลายคนพร้อมกันแบบนี้ มันก็พอหลับตาเห็นภาพได้อยู่แล้ว ว่าจะมีอนาคตแบบไหน !!