xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ มอบ รมว.ทส.ลงพื้นที่เชียงใหม่ต่อเนื่องวันที่ 2 บูรณาการ "14 กลุ่มป่าไร้รอยต่อ"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมาย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ตามมอบหมายของนายกรัฐมนตรี เพื่อขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาวิกฤตไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ โดยได้รับเกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ณ ห้องประชุมพิทักษ์ไพร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference) ร่วมกับเครือข่ายหน่วยงานทั่วประเทศ โดยมีผู้บริหารระดับสูง เข้าร่วมฯ

นอกจากนี้ ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

​นายสุชาติ เปิดเผยว่า แม้สภาวะความแห้งแล้งสะสมและความชื้นสัมพัทธ์ต่ำจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการลุกลามของไฟป่า แต่ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้สถิติจุดความร้อน (Hotspot) ลดลงกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการสนับสนุนปฏิบัติการดับไฟทางอากาศโดยอากาศยานของ ปภ. ที่เข้าถึงพื้นที่สูงชันอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ รมว.ทส. มีความห่วงใยในสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ จึงสั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ เร่งสับเปลี่ยนกำลังพลจากภูมิภาคอื่นเข้าเสริมสมรรถนะเพื่อลดความอ่อนล้า พร้อมกำชับให้นำเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ สนับสนุนภารกิจที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อระงับสถานการณ์ให้ทันท่วงทีภายในช่วงเที่ยงวันนี้

​นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสูงสุดกับการคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ประชาชน เนื่องจากภาคเหนือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก โดยเน้นย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อผู้ลักลอบเผาป่ามิใช่การจำกัดสิทธิประชาชน แต่เป็นการปกป้องทรัพยากรส่วนรวมและรักษาชีวิตเจ้าหน้าที่ พร้อมชื่นชม "เชียงใหม่โมเดล" โดยเฉพาะศูนย์ War Room ของ อบจ.เชียงใหม่ ที่นำเทคโนโลยี Real-time มาใช้ ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการตัดสินใจบนฐานข้อมูล (Data-driven) ที่มีประสิทธิภาพ

​สรุป 5 นโยบายหลักในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 :
1. ​ยุทธศาสตร์บูรณาการไร้รอยต่อ : มุ่งเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า โดยก้าวข้ามขอบเขตความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน และยึดการบริหารจัดการของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลาง
2. ​ยกระดับเครือข่ายเฝ้าระวัง : เสริมความเข้มแข็งของจุดสกัด 3,895 จุดทั่วประเทศ โดยปรับทัศนคติให้คนในพื้นที่เป็น "ผู้รักษาป่า" เพื่อความสมดุลของระบบนิเวศและสุขภาวะของคนไทยทั้งประเทศ
3. ​พัฒนาสมรรถนะและสวัสดิการเจ้าหน้าที่ : เร่งรับสมัครกำลังสำรองเพื่อสนับสนุนชุดปฏิบัติการพิเศษ "เหยี่ยวไฟ" และ "เสือไฟ" โดยเน้นการผสมผสานความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่อาวุโสและความแข็งแกร่งของคนรุ่นใหม่ พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานที่ลดค่า Hotspot ได้อย่างเป็นรูปธรรม
4. ​นวัตกรรมเทคโนโลยีและปฏิบัติการทางอากาศ : สนับสนุนการติดตามสภาวะป่าผ่านภาพถ่ายดาวเทียมและระบบ War Room พร้อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานการปฏิบัติงานของนักบินในภารกิจเสี่ยงภัย
5. ​มาตรการทางกฎหมายและการสื่อสารที่โปร่งใส : บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและปิดพื้นที่ป่าที่เสี่ยงต่อการลักลอบเผา แต่ยังคงผ่อนปรนแก่ชุมชนที่ให้ความร่วมมือตามระเบียบ พร้อมเน้นการสื่อสารข้อมูลสถิติที่เป็นจริงและตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน

​ทั้งนี้ รมว.ทส. ได้แสดงความขอบคุณสภาลมหายใจภาคเหนือ เจ้าหน้าที่ และประชาชนทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันทำงานเป็นหนึ่งเดียว เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน