โบรกเกอร์รายหนึ่ง พีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พยายามลงทุนครั้งใหญ่ในบรรดาบริษัทกลาโหมสำคัญๆ ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่อเมริกาและอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สในวันจันทร์(30 มี.ค.) อ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดกับประเด็นนี้ บ่งชี้ว่าอาจมีคนพยายามโกยเงินจากสงครามนี้
อย่างไรก็ตามทาง ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกของเพนตากอน โพสต์ชี้แจงผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ว่า เรื่องราวที่เผยแพร่โดยหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ส "เป็นเท็จโดยสิ้นเชิงและเป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา" พร้อมกับเรียกร้องให้ถอดรายงานข่าวดังกล่าว
ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่าโบรกเกอร์ของเฮกเซธ ณ มอร์แกน สแตนลีย์ ติดต่อไปยังบริษัทแบล็คร็อค เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เกี่ยวกับการลงทุนหลายล้านดอลลาร์ ในกองทุนจัดการเชิงรุกในกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของบริษัทจัดการสินทรัพย์และการลงทุนยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ไม่นานก่อนที่สหรัฐฯจะเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน
รายงานของไฟแนนเชียลไทม์ส ระบุว่าตามหลังการพูดคุยหารือเกี่ยวกับการลงทุน ทางโบรเกอร์ของเฮกเซธ ท้ายที่สุดแล้วตัดสินใจไม่เดินหน้าต่อ เนื่องจากกองทุนแห่งนี้ ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ยังไม่เปิดให้ลูกค้าของมอร์แกน สแตนลีย์ เข้าซื้อ
ในรายงานของไฟแนนเชียลไทม์ส ไม่ได้ระบุว่าโบรกเกอร์แห่งนี้คิดจะลงทุนเป็นจำนวนเท่าไหร่ในนามของเฮกเซธ หรือ เฮกเซธ รู้หรือไม่ว่าโบรเกอร์รายดังกล่าวกำลังดำเนินการอะไรอยู่
"ไม่ว่าจะท่านรัฐมนตรีเฮกเซธหรือตัวแทนใดๆของท่าน ไม่ได้ติดต่อไปยังแบล็คร็อค เกี่ยวกับการลงทุนใดๆ" พาร์เนลล์ชี้แจง
แบล็คร็อค ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวนี้ ส่วน มอร์แกน สแตนลีย์ ยังไม่ออกมาตอบคำถามของรอยเตอร์ ที่ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
รายงานข่าวเกี่ยวกับความพยายามลงทุนมีขึ้นท่ามกลางการจับตาพินิจพิเคราะห์ในวงกว้างเกี่ยวกับการซื้อขายในตลาดเงิน และเกี่ยวกับการคาดการณ์ตลาดล่วงหน้า ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะตัดสินใจทางนโยบายสำคัญๆ
บางส่วนของการตัดสินใจเหล่านั้น เกิดขึ้นตรงตามจังหวะเวลาของการวางเดิมพัน ทำให้พวกผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเริ่มตั้งคำถามว่ามีข้อมูลบางส่วนรั่วหลุดออกมาก่อนหรือไม่
ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม มีข่าวลือแพร่สะพัดบนสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่า บาร์รอน ทรัมป์ บุตรชายคนเล็กของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประโยชน์จากสงครามซึ่งบิดาเป็นผู้ก่ออย่างชัดเจน เมื่อมีการอ้างว่าเขาได้กำไรจากการซื้อขายน้ำมันหลายสิบล้านดอลลาร์ เพราะรู้ว่าจะมีการโจมตีอิหร่านล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างดังกล่าวไม่มีหลักฐานว่าเป็นเรื่องจริง เพราะไม่พบรายงานการซื้อขายน้ำมันของ บาร์รอน ทรัมป์ ในสื่อที่น่าเชื่อถือใด ๆ
(ที่มา:รอยเตอร์/mgronline)

