ตร.ท่องเที่ยวภูเก็ต เปิดเกมรุกใช้ AI สแกนใบหน้าผ่านรถโมบายอัจฉริยะ จับต่างด้าว Overstay รายแรกได้สำเร็จ ชี้ช่วยคัดกรองบุคคลต้องสงสัยได้แม่นยำ-รวดเร็ว ยกระดับความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ณรภณ วัฒนะกรทวี ผกก.2 บก.ทท.3 เปิดเผยว่า ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ให้ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการปฏิบัติงาน ล่าสุด งานสืบสวน กก.2 บก.ทท.3 (ภูเก็ต) ได้แถลงผลการจับกุมครั้งแรก จากการใช้ระบบกล้องตรวจจับใบหน้าอัจฉริยะ (AI Face Recognition) ที่ติดตั้งในรถโมบาย
โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ พื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ก่อนสามารถจับกุมชายชาวฝรั่งเศส อายุ 27 ปี ซึ่งอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ได้สำเร็จ
การจับกุมครั้งนี้อาศัย “กล้องตรวจจับใบหน้าแบบเคลื่อนที่” (Mobile AI Camera) ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลบุคคลต่างด้าว พบว่าผู้ต้องหาถือวีซ่าประเภท ผ.60 และอยู่เกินกำหนดมาแล้ว 42 วัน จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง เพื่อดำเนินคดีและผลักดันออกนอกราชอาณาจักร
พ.ต.อ.ณรภณ ระบุว่า การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ ถือเป็นการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ช่วยให้คัดกรองบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต

