สระแก้ว-"เปิดพื้นที่จริง! กองกำลังบูรพา พาสื่อเข้าบ้านหนองจาน หลังคุมได้ 100% ไร้เงาเขมรอาศัยในพื้นที่ มีเพียงทหารเขมรคอยจับตาความเคลื่อนไหวถี่ขึ้น
วันนี้ ( 30 มี.ค.) กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ได้เปิดพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ด้วยการนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงภายหลังฝ่ายไทยสามารถสถาปนาการควบคุมพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ 100% พร้อมยืนยันการดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักกฎหมายสากล
ท่ามกลางสัญญาณความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาที่เริ่มปรากฏถี่ขึ้นในระยะหลัง แต่ไร้เงาชาวบ้าน
ทั้งนี้ พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ได้มอบหมายให้
ร.อ.ชัยยานุภาพ ไกรอาบ ผบ.ร้อย.ร.ร.12 พัน.2 รอ.นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่คลี่คลายลง หลังมีคำสั่งหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ ค. 2569 ที่ผ่านมา
สำหรับพื้นที่บ้านหนองจาน ในอดีตเคยถูกใช้เป็นศูนย์อพยพชาวกัมพูชาในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบแต่จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าปัจจุบันพื้นที่ทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทยอย่างเบ็ดเสร็จ โดยไม่พบประชาชนชาวกัมพูชา หลงเหลืออยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
ด้านคณะสื่อมวลชน ได้ลงพื้นที่สำรวจจุดสำคัญหลายจุด เริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าวัดโจ๊ะเจ้ย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ต่อเนื่องไปยังสระน้ำขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนเคห้า และพื้นที่หมู่บ้านโจเจ้ย โดยทุกจุดที่ตรวจสอบพบว่าอยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยทั้งหมด
สภาพพื้นที่โดยรวมค่อนข้างเงียบสงบ ไม่พบร่องรอยการอยู่อาศัยของประชาชนหรือกิจกรรมผิดกฎหมายแต่อย่างใด
ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ดำเนินการเสริมความมั่นคง ในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการนำ ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ ไปวางปิดกั้นเส้นทางถนน K5 ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญ ในการเข้าถึงพื้นที่ โดยจุดตั้งอยู่ห่างจากวัดโจกเจ้ยประมาณ 500 เมตร เพื่อป้องกันการลักลอบรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย
รวมถึงเป็นการควบคุมการเข้า-ออกของบุคคล ในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างมีระบบ และเพิ่มความปลอดภัย ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำคณะสื่อมวลชนตรวจสอบแนวคูดักรถถังบริเวณหน้าวัดโจเจ้ย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ในช่วงการปฏิบัติการ
โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า การขุดคูดักรถถังดังกล่าวเป็นมาตรการ ทางยุทธวิธี เพื่อป้องกันการรุกล้ำ ของยานพาหนะทางทหาร และยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใน “พื้นที่สีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายไทย มีอำนาจควบคุมอย่างชัดเจน อีกทั้งการดำเนินการทั้งหมดเป็นไป ตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมจะเข้าสู่ภาวะปกติ แต่แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยว่า ระยะหลังเริ่มมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา โดยพบว่าทหารกัมพูชา มีการขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาวนเวียนบริเวณใกล้จุด ตั้งตู้คอนเทนเนอร์ของฝ่ายไทยบ่อยครั้งมากขึ้นจากเดิมที่แทบไม่ปรากฏตัวหรือแสดงความเคลื่อนไหวให้เห็นอย่างชัดเจน
พฤติกรรมดังกล่าว ถูกมองว่าเป็นการเข้ามาสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของฝ่ายไทย ซึ่งแม้ยังไม่พบการกระทำที่เป็นการยั่วยุ หรือรุกล้ำโดยตรง แต่ถือเป็น “สัญญาณเตือน” ที่ฝ่ายความมั่นคงต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพ ในพื้นที่ชายแดน
ทั้งนี้ กองกำลังบูรพาและหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ยังคงตรึงกำลัง ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวด ในการลาดตระเวน และเฝ้าระวัง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและอธิปไตยของประเทศ ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างเต็มกำลัง...

