xs
xsm
sm
md
lg

ชาวเวียงสาระทมเรื้อรัง! เมืองขยาย-คนถมดินขวางทางน้ำ นาข้าวจมร่วม 3 ปี-บ้านถูกน้ำขังจนป่วย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



น่าน - ชาวเวียงสาเดือดร้อนหนัก..ตัวเมืองขยาย-ผู้คนถมดินขวางทางน้ำจนไหลออกไม่ได้ ท่วมพื้นที่ชุมชน-ผืนนานับร้อยไร่จมทำนาไม่ได้ร่วม 3 ปี บ้านถูกน้ำขังจนป่วย ร้องทั้งหน่วยงานระดับอำเภอ-จังหวัดมาหลายรอบแต่เรื่องเงียบไร้ความคืบหน้าใดๆ



ชาวนาบ้านดอนไชย ตำบลกลางเวียง อ.เวียงสา จ.น่าน กว่า 30 ราย รวมตัวร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังพื้นที่ทำนากว่า 100 ไร่ต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานานต่อเนื่องกว่า 3 ปีจนไม่สามารถปลูกข้าวได้ ส่งผลกระทบต่อรายได้และวิถีชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่อย่างหนัก

ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการถมที่ดินและการขยายตัวของเมือง ทำให้ทางระบายน้ำตามธรรมชาติถูกปิดกั้น ส่งผลให้น้ำไหลผ่านออกไปไม่ได้ตามปกติ จนกลายเป็นน้ำขังสะสมในพื้นที่นาข้าวและบริเวณบ้านเรือนของประชาชน

ที่ผ่านมาได้รวมตัวยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม ทั้งในระดับอำเภอและระดับจังหวัด เพื่อขอให้หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไข แต่จนถึงขณะนี้เรื่องยังเงียบหาย ไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการแก้ไข จนต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมอีกครั้ง

นายตรี วงศ์ภาดี อายุ 73 ปี หนึ่งในชาวนาผู้ได้รับผลกระทบ เล่าว่า นาของชาวบ้านแถวนี้ถูกน้ำท่วมขังมาหลายปีแล้ว ปลูกข้าวไม่ได้เลย บางคนต้องปล่อยที่นาไว้เฉยๆ เพราะน้ำไม่ยอมแห้ง รายได้ก็หายไปหมด พวกเราร้องเรียนไปหลายที่แล้ว แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูพื้นที่จริง และช่วยหาทางระบายน้ำออกจากพื้นที่เพื่อให้พวกเรากลับมาทำนาได้เหมือนเดิม


นอกจากพื้นที่การเกษตรแล้ว บ้านเรือนของประชาชนในบริเวณใกล้เคียงยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังเช่นกัน โดยเฉพาะบ้านของ นางสมจิต เผือทะนา อายุ 67 ปี เลขที่ 185 หมู่ 13 บ้านดอนไชย ตำบลกลางเวียง อ.เวียงสา ที่ต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณชั้นล่างของบ้านอย่างต่อเนื่อง

นางสมจิตเปิดเผยว่า น้ำได้ท่วมขังเต็มพื้นที่ชั้นล่างของบ้านมานานมากกว่า 2 ปี ส่งกลิ่นเหม็น ใช้ห้องน้ำก็ลำบาก บางทีก็ต้องเดินลุยน้ำ ที่แย่คือทำให้ป่วยง่าย และมีผื่นคันตามตัว เพราะน้ำสกปรก อยากให้หน่วยงานเข้ามาช่วยดูแล เพราะอยู่แบบนี้ก็ลำบากมาก

ชาวบ้านระบุว่า หากปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนในปีนี้ ระดับน้ำในพื้นที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอีก และจะสร้างความเสียหายทั้งต่อพื้นที่เกษตร โรงเรียน และบ้านเรือนของประชาชนในวงกว้าง จึงขอวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา พร้อมหาแนวทางแก้ไขเรื่องทางระบายน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ทันก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ให้ชาวนาได้กลับมาปลูกข้าวเลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัว ให้ชาวบ้านได้อยู่อาศัยในบ้านได้