นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สายการบินของจีนจะเพิ่มเที่ยวบินและเปิดเส้นทางบินใหม่ระหว่างจีนกับยุโรปในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมถึงนักศึกษาและนักเดินทางระหว่างสองภูมิภาค
OAG บริษัทให้บริการข้อมูลด้านการบินชั้นนำของอังกฤษระบุว่า สายการบินของจีนจะเพิ่มจำนวนเที่ยวบินไปยังยุโรปสุทธิ 2,891 เที่ยวบินในระหว่างปลายเดือนมีนาคมและเดือนตุลาคม โดยสายการบินหลักอย่างสายการบินแอร์ไชน่าจะเพิ่มอีก 1,120 เที่ยวบิน ไชน่าเซาเทิร์นแอร์ไลน์จะเพิ่ม 839 เที่ยวบิน และไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์จะเพิ่ม 654 เที่ยวบิน แม้แต่สายการบินรายเล็ก เช่น ไห่หนันแอร์ไลน์ก็เพิ่มเที่ยวบินไปยุโรปด้วยเช่นกัน
สายการบินของจีนได้เปรียบในการแข่งขันเหนือสายการบินอื่นๆ ทั่วโลก เหมือนได้โชค 2 ชั้น
โชคชั้นแรกคือสายการบินของจีนสามารถบินตรงไปยังยุโรปโดยผ่านน่านฟ้าของรัสเซีย ไม่ต้องบินอ้อม จึงให้บริการเที่ยวบินที่รวดเร็วกว่า ประหยัดเชื้อเพลิง และหลีกเลี่ยงการบินผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง
ในขณะที่สายการบินของชาติตะวันตกทำไม่ได้ อันเป็นผลจากรัสเซียถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรเพื่อลงโทษที่รัสเซียทำสงครามกับยูเครน โดยปัจจุบันรัสเซียยังคงปิดน่านฟ้าสำหรับสายการบินส่วนใหญ่จากยุโรปและอเมริกาเหนือ
สายการบินชาติตะวันตกต้องเปลี่ยนเส้นทางโดยบินอ้อมรัสเซีย ใช้เวลาเดินทางนานขึ้น 2-3 ชั่วโมงทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มสูงอย่างมาก สายการบินบางแห่งในยุโรปจึงลดหรือระงับเที่ยวบินไปยังจีน ซึ่งเปิดโอกาสให้สายการบินจีนเข้ามาเสียบแทน
โชคชั้นที่ 2 ก็คือสงครามระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่าน สายการบินหลายแห่งถูกบังคับให้หลีกเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลาง ส่งผลให้เส้นทางบินเดิมหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของจีนทำให้สายการบินของจีนสามารถหลีกเลี่ยงภูมิภาคนั้นได้ง่ายกว่า
ยกตัวอย่างเช่น เที่ยวบินจากปักกิ่งไปมิลานสามารถเลี่ยงประเทศในตะวันออกกลางทั้งหมดได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเส้นทาง
เจมส์ ถัง ผู้เชี่ยวชาญด้านเทรนด์การท่องเที่ยวและจุดหมายปลายทางของ Skyscanner แพลตฟอร์มค้นหาเที่ยวบินระบุว่า ศูนย์กลางการขนส่งสำคัญที่ชะงักงันกำลังส่งผลกระทบต่อรูปแบบการบินทั่วโลก
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ด้วยจำนวนคู่แข่งที่น้อยลงในเส้นทางการบินสำคัญและมีเส้นทางการบินรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสเหมาะที่สายการบินของจีนจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดยุโรป ในท่ามกลางสถานการณ์ที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกยังคงต้องปรับตัวตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ขณะนี้
อ้างอิงข้อมูล : scmp

