xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตนายกฯ เล็ก พร้อมพวก เอื้อทุจริตโครงการก่อสร้างถนน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำ จ.ตรัง มอบหมาย นายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต โดยมีนายทวิชาติ นิลกาญจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 9 เป็นประธาน แถลงข่าวชี้มูลความผิดจำนวน 2 คดี โดยคดีแรก ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายต้นมะพร้าว-บ้านหนองไทร และคดีที่ 2 สายป่าช้าแขก-บ้านทุ่งสำราญ

ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำ จ.ตรัง ได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหา อดีตนายกเทศมนตรีแห่งหนึ่ง จ.ตรัง กับพวก รวม 4 ราย ว่าเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายต้นมะพร้าว-บ้านหนองไทร หมู่ที่ 2 และ สายป่าช้าแขก-บ้านทุ่งสำราญ หมู่ที่ 6, 8 ของเทศบาล ต.ทุ่งกระบือ โดยทุจริต พฤติการณ์ในการกระทำความผิดกล่าวคือ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้อนุมัติให้ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งเป็นหลานภริยาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เข้าเป็นคู่สัญญากับเทศบาล ต.ทุ่งกระบือ เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างถนนลาดยาง/คสล.บ้านทุ่งสำราญ สายป่าช้าแขก-บ้านทุ่งสำราญ หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 6 หมู่ที่ 8 ทั้งที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไม่ได้มีกิจการรับเหมาก่อสร้าง ไม่มีคนงาน ไม่มีเครื่องจักรเพื่อปฏิบัติงาน อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติเห็นว่าการกระทำของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินกิจการเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจ กำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 122 วรรคหนึ่ง และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 126 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 168 วรรคหนึ่ง และมาตรา 172) ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมาย มิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12

การกระทำของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับจ้าง และ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นำมาเป็นคู่เทียบ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทํา จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อํานาจในตําแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 โดยให้กัน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในฐานะเจ้าหน้าที่พัสดุไว้เป็นพยาน โดยไม่ดำเนินคดี ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี พ.ศ. 2561

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณา พิพากษาคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ