หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานวันนี้ (27 มี.ค.) โดยอ้างแหล่งข่าวที่ระบุว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้แจ้งกับสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกอื่นๆ ว่าพร้อมจะเข้าร่วมกองกำลังเฉพาะกิจทางทะเลข้ามชาติ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังพยายามผลักดันให้หลายสิบประเทศจัดตั้ง “กองกำลังรักษาความปลอดภัยฮอร์มุซ” (Hormuz Security Force) เพื่อป้องกันช่องแคบจากการโจมตีของอิหร่านและคุ้มกันเรือขนส่งสินค้า
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เผชิญกับการโจมตีจากอิหร่านมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ รวมถึงอิสราเอลด้วย
พันธมิตรสหรัฐฯ หลายประเทศออกตัวว่ายังไม่มีแผนที่จะส่งเรือไปเปิดช่องแคบฮอร์มุซในทันที ซึ่งเป็นการปฏิเสธคำขอของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ร้องขอการสนับสนุนทางทหารเพื่อรักษาเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้ให้เปิดอยู่
ฝรั่งเศสระบุเมื่อวันพฤหัสบดี (26) ว่าได้เจรจากับประมาณ 35 ประเทศ เพื่อหาพันธมิตรและข้อเสนอสำหรับภารกิจในการเปิดช่องแคบอีกครั้ง แต่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น
อิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทั่วโลก
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังทำงานร่วมกับบาห์เรนเพื่อร่างมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อมอบอำนาจให้แก่คณะทำงานในอนาคต แต่คาดว่ารัสเซียและจีนอาจจะคัดค้านการเคลื่อนไหวนี้
สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้เริ่มเจรจามติเพื่อปกป้องการขนส่งสินค้าในและรอบๆ ช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงร่างมติของบาห์เรนที่จะอนุญาตให้ใช้ "ทุกวิถีทางที่จำเป็น" ตามที่รอยเตอร์รายงานไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาจเข้าร่วมความพยายามที่นำโดยสหรัฐฯ ในการปกป้องการขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่อิหร่านปิดเส้นทางเดินเรือเกือบทั้งหมด
เส้นทางเดินเรือนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่และศูนย์กลางการค้า โดยที่ผ่านมาอิหร่านได้โจมตีท่าเรือแห่งหนึ่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ตั้งอยู่นอกอ่าวเปอร์เซียซึ่งใช้ในการขนถ่ายน้ำมันส่งออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ที่มา: รอยเตอร์

