xs
xsm
sm
md
lg

โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ “พิษสงคราม-น้ำมันแพง” ทำท่องเที่ยวไทยอ่วม คาดสงกรานต์ปีนี้สุดกร่อย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พิษสงคราม 2 รุม 1 ที่ตะวันออกกลาง ระหว่าง “สหรัฐอเมริกา+อิสราเอล” กับ “อิหร่าน” ที่ยังคงรบพุ่งกันยืดเยื้อไร้วี่แววสันติภาพ นอกจากจะสร้างความเสียหายต่อชีวิตผู้คนทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือนในพื้นที่สู้รบแล้ว ยังก่อให้เกิด “วิกฤติพลังงาน” ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก

แน่นอนว่าในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกที่วันนี้ยังคงต้องใช้ “น้ำมัน” เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการเดินทางทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ ย่อมได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ


สำหรับภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยที่ถือเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของประเทศ พิษสงครามตะวันออกกลางครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยไม่น้อย เนื่องจากเป็นช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ไม่นาน ถ้าหากสงครามยังคงยืดเยื้อยาวไปถึงสงกรานต์ คาดว่าจะทำให้งานสงกรานต์ปีนี้สุดกร่อย ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยโดยภาพของปี 2569 ไม่น้อย

เพราะทุก ๆ ปี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ (ในสถานการณ์ปกติ) ถือเป็นโอกาสทองของการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายประชากรโดยเฉพาะจากเมืองหลวงสู่ต่างจังหวัด ทั้งเดินทางกลับภูมิลำเนา ไปเยี่ยมพ่อ-แม่ ญาติพี่น้อง หรือไปท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำในช่วงหยุดยาวปีใหม่ไทย ซึ่งก่อให้เกิดเงินสะพัดทั่วไทยนับหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว


น้ำมันขาด-น้ำมันแพง กระทบท่องเที่ยวเต็ม ๆ

หลังเกิดสงคราม 2 รุม 1 ที่ตะวันออกกลาง ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้เกิดวิกฤติด้านพลังงานกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซบริเวณพื้นที่สู้รบเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

สำหรับบ้านเราผลกระทบเบื้องต้น เกิดการขาดแคลนน้ำมันอย่างมากในหลายพื้นที่ และทำให้หลาย ๆ คนตื่นตระหนก จนเกิดภาพจริงและภาพเอไอ (เฟคนิวส์) มีคนหิ้วแกลลอนมารอคิวเติมน้ำมันท่ามกลางเสียงก่นด่าของผู้เดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก จากการขาดความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมันของรัฐบาล


ทั้งนี้ “นิด้าโพล” ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวในหัวข้อ “น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ” ระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม 2569 โดยผลโพลล์ส่วนหนึ่งระบุว่า ผู้ที่มีแผนเดินทางช่วงสงกรานต์ ร้อยละ 14.80 ตัดสินใจยกเลิกแผนการเดินทางทั้งหมด ส่วนอีกร้อยละ 57.56 ระบุว่า ไม่มีแผนการเดินทางอยู่แล้ว

หลังจากนั้นรัฐบาลได้ปล่อยลอยตัวราคาน้ำมัน ซึ่งนอกจากจะทำให้ราคาน้ำมันจะพุ่งพรวดขึ้นมา 6 บาททุกชนิด ในวันที่ 26 มีนาคม 2569 แล้ว แรงกระแทกตามมาคือ ข้าวของสินค้าอื่น ๆ ต่างก็ขยับขึ้นราคา (แพง) ตามกันไปด้วย ชนิดที่หลาย ๆ คน บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า “ลำบาก ไม่ไหวแล้ว”

นั่นจึงทำให้หลาย ๆ คน พับแผนที่จะออกเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ปีนี้ เพราะสู้ราคาน้ำมันที่ถีบตัวขึ้นสูงไม่ไหว


นักท่องเที่ยวหาย สงกรานต์กร่อย

ทุก ๆ ปี หากเป็นสถานการณ์ปกติ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมเล่นสาดน้ำในงานสงกรานต์ของบ้านเราที่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากยูเนสโกกันอย่างคึกคักเป็นจำนวนมาก

แต่จากพิษสงครามที่ตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ทั้งจากราคาน้ำมันที่ถีบตัวขึ้นสูง หรือสายการบินต้องบินอ้อมพื้นที่สงคราม ส่งผลต่อต้นทุนทำให้ค่าโดยสารสูงขึ้น รวมถึงหลายเส้นทางต้องยกเลิกเที่ยวบิน อย่างเช่น เส้นทางจากยุโรปผ่านดูไบมาประเทศไทย ซึ่งส่งผลต่อนักท่องเที่ยวยุโรปที่จะมาเที่ยวเมืองไทยผ่านเส้นทางดังกล่าว


ทั้งนี้ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกร ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 14 มีนาคม 2569 เที่ยวบินทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการยกเลิกและล่าช้ารวมแล้วมากกว่า 40,000 เที่ยวบิน

ขณะที่ข้อมูลจากบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) และ ทอท. ประเมินว่านับตั้งแต่ช่วงเกิดสงครามจนถึงปัจจุบัน มีเที่ยวบินมาไทยถูกยกเลิกไปแล้วกว่า 1,000 เที่ยวบิน คิดเป็นประมาณ 3% ของเที่ยวบินทั้งหมด


ส่งผลให้สงกรานต์ปีนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหายไปจากจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ไม่น้อย (ข้อมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 69) ไม่ว่าจะเป็น ภูเก็ต-อัตราการเข้าพักหายไปกว่า 10% สมุย-มีการยกเลิกจองห้องพักล่วงหน้าแล้ว 20 % พัทยา - ถูกยกเลิกการจองห้องพักไปราว 10-15% พังงาที่ได้รับผลกระทบนักท่องเที่ยวหายไปมากกว่า 20%

ส่วนเชียงใหม่ที่เป็นหนึ่งในพื้นที่ไฮไลต์ของงานสงกรานต์บ้านเราในทุก ๆ ปี วันนี้ผลกระทบจากสงครามส่งผลให้มีการยกเลิกการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางไปถึงราว 30 % เลยทีเดียว


นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับสื่อมวลชน ว่าหากสงครามยืดเยื้อยาวไปถึง 6 เดือน ในปีนี้อาจทำให้ชาวต่างชาติมาเที่ยวไทยลดลงถึงราว 3 ล้านคน ส่งผลให้สูญเสียรายได้ประมาณ 150,000 ล้านบาท หรือราว 10% ของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ที่ผ่านมาเดิมรัฐบาลไทยตั้งเป้าว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทย 35 ล้านคน แต่จากพิษสงครามอาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยเหลือประมาณ 28 ล้านคน

ด้านจาก “อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์” เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) มองสถานการณ์หลังเกิดเหตุสงครามได้ไม่นาน ว่า สงครามตะวันออกกลางครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยมากขนาดไหน คำตอบอยู่ที่ สงครามนี้จะจบลงเมื่อไหร่ และน่านฟ้าแถบนั้น จะกลับมาบินได้ตอนไหน ถ้าสงคราม “จบ” ภายใน “1 เดือน” ประเทศไทยก็จะขาดรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไปอีก “3 เดือน”

เพราะในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มคนที่ “วางแผนมาเที่ยวไทยแล้ว” แต่ “ยกเลิก” เที่ยวบิน เพราะความไม่สงบ

2.กลุ่มคนที่ “กำลังวางแผนจะมาเที่ยว” แต่ “เปลี่ยนใจ” ไม่มาไทยแล้ว รอดูสถานการณ์ก่อน

3.กลุ่มคนที่ “อยากมาเที่ยวไทยมาก” แต่ “มาไม่ได้” เพราะไม่มีไฟล์ทบิน


เลขาฯ ATTA ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่า ถ้าสงครามครั้งนี้ยืดเยื้อเกินกว่า 1 เดือน การท่องเที่ยวไทยก็อาจจะซบเซาไปถึงช่วงโลว์ซีซั่น และนักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะหายไป เป็นจำนวนมากยาวไปถึงช่วงเดือนกันยายนเลยทีเดียว

สำหรับสถานการณ์สงคราม 2 รุม 1 ที่ตะวันออกกลาง ซึ่งวันนี้ยังคงมีการสู้รบต่อเนื่องไร้วี่แววสันติภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ให้รัฐบาลใหม่รีบเร่งแก้ปัญหากันในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง “วิกฤติน้ำมัน” และ “ข้าวของแพง” รวมไปถึงเรื่อง “การท่องเที่ยว”

ถ้าหากรัฐบาลของนายกฯ อนุทิน ไร้ฝีมือในการแก้ปัญญา ทำให้เกิดวิกฤติข้าวยากหมากแพงอย่างหนัก ทำให้ประชาชนคนไทยเดือดร้อนหนักไปทุกหย่อมหญ้า นี่ก็อาจจะเป็นชนวนเหตุสำคัญให้รัฐบาลล้มครืน แต่หากสามารถแก้ปัญหาได้ก็จะทำให้รัฐบาลใหม่ได้เกินหน้าต่อไป

อย่างไรก็ดีในยุคนี้ที่โลกโซเชียลเต็มไปด้วยข่าวปลอม เฟคนิวส์ และภาพ-คลิป เอไอปลอม จากผู้ไม่หวังดี ในสถานการณ์สงครามการสู้รบแบบนี้ ประชาชนคนไทยจำเป็นที่จะต้องเสพข่าว เสพสื่ออย่างมีสติ พร้อมทั้งวางแผนการใช้ชีวิต การเดินทาง การใช้น้ำมัน และการใช้เงิน ในช่วงวิกฤติสงครามที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดกันให้ดี ๆ