เชียงใหม่ – ปั๊มน้ำมันเชียงใหม่คนขับรถต่อแถวยาวเข้าคิวเติมต่อเนื่อง แม้ราคาพุ่งขึ้นรวดเดียวลิตรละ 6 บาท ประชาชนเผยจำใจแบกรับภาระเพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะจำเป็นต้องใช้รถในการเดินทางและทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง วอนรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา
วันนี้(26 มี.ค.69) รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่บรรยากาศตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ยังคงเต็มไปด้วยประชาชนที่นำทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาเข้าคิวเป็นแถวยาวเพื่อรอเติมน้ำมัน แม้ว่าวันนี้น้ำมันทุกชนิดจะมีการปรับขึ้นราคาขายปลีกลิตรละ 6 บาท โดยจากการสังเกตการณ์ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. บนถนนเชียงใหม่-พร้าว (ขาเข้าเมือง) ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและมีรถเข้าคิวเติมน้ำมันเป็นแถวยาว ส่วนใหญ่เป็นรถที่ใช้น้ำมันดีเซล ซึ่งราคานั้นดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 39.69 บาท ส่วนราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์อยู่ที่ลิตรละ 41.80 บาท และน้ำมันแก๊สโซฮอล์อยู่ที่ลิตรละ 41.43 บาท
ทั้งนี้ผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ต่างระบุตรงกันว่า แม้ว่าวันนี้ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นลิตรละ 6 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการปรับราคาขึ้นในรวดเดียวที่สูงมากและน่าตกใจ แต่จำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเติมน้ำมันทั้งๆ ที่มีราคาแพง เพราะต้องใช้รถในการเดินทางทุกวันเพื่อทำมาหากินและประกอบอาชีพ จึงไม่มีทางเลือก และต้องจำยอมแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น จากนั้นค่อยไปหาวิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายในด้านอื่นๆ ทดแทน เพื่อความอยู่รอด
โดยจากการสอบถามนายดำรงค์ นาระเรศ คนขับรถบรรทุก 6 ล้อรับจ้าง เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับสูงขึ้นรวดเดียวลิตรละ 6 บาท ในครั้งนี้ ส่งผลกระทบอย่างมากทำให้ต้องแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยวันละกว่า 100 บาท แต่ยังต้องรับค่าจ้างในอัตราราคาเดิมที่ไม่ได้ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน นอกจากนี้ยังประสบปัญหาอุปสรรคอีกในเรื่องการหาเติมน้ำมันได้ยากในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการรับงานระยะไกล จึงอยากวิงวอนไปยังรัฐบาลให้เร่งบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำมันโดยเร็ว โดยเฉพาะการตรึงราคาในอยู่ในระดับที่ภาคการขนส่งสามารถแบกรับไหว เพราะหากพุ่งสูงขึ้นเกินขีดจำกัดแล้วในที่สุดอาจจำเป็นต้องตัดสินใจหยุดวิ่งรถ
ขณะที่นายปรีชา กันทะวงศ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง เปิดเผยว่า โดยอาชีพแล้วทำให้ต้องขับรถขนส่งน้ำผึ้งไปมาระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เป็นประจำวันละ 500-600 กิโลเมตร ซึ่งการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลรวดเดียวลิตรละ 6 บาทต่อลิตร ส่งผลกระทบอย่างหนักทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นอย่างมากจนแทบจะไม่คุ้มค่าการลงทุนลงแรงแล้ว เพราะยังไม่สามารถปรับขึ้นราคาน้ำผึ้งได้ในทันที โดยยังไม่นับรวมปัญหาเกี่ยวกับการหาน้ำมันเติมได้อย่างยากลำบากอีกด้วย จึงอยากเรียกร้องขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ที่ต้องพึ่งพิงการขนส่งในการประกอบอาชีพ.

