อิหร่านในวันพุธ(25มี.ค.) ประกาศปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ และจะยังคงโจมตีอิสราเอลกับประเทศต่างๆในอ่าวอาหรับต่อไป มอบความผิดหวังแก่วอชิงตันที่พยายามยุติสงคราม ที่ก่อความเสียหายร้ายแรงทั่วตะวันออกกลางและตลาดโลก
สำนักข่าวฟาร์สนิวส์ สื่อมวลชนกึ่งรัฐของอิหร่าน รายงานในวันพุธ(25มี.ค.) อ้างแหล่งข่าวซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนาม ระบุว่าความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่เริ่มต้นเจรจาโดยอ้อมนั้น "ไม่สมเหตุสมผล" และไม่สามารถดำเนินการได้ในขั้นนี้ของสงคราม "อิหร่านมุ่งเน้นไปที่การบรรลุเป้าหมายต่างๆ และมีเพียงการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้เท่านั้นที่มีความเป็นไปได้ว่าจะยุติสงคราม ไม่ใช่ข้อตกลงหยุดยิง"
สหรัฐฯรวบรวมข้อเสนอสันติภาพ 15 ข้อ ซึ่งปากีสถานรับหน้าที่ส่งต่อไปยังอิหร่าน เน้นย้ำให้เห็นว่ามีความเร่งด่วนภายในรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ในความมุ่งมั่นคลี่คลายความขัดแย้งที่เริ่มเมื่อเกือบ 1 เดือนก่อน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดตัวขึ้นเกือบ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังฟาร์สนิวส์รายงานข่าวนี้ ท่ามกลางความหวังที่เลือนลางลงเกี่ยวกับการหาทางออกจากความขัดแย้งอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อิหร่านแทบปิดตายช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของอุปทานโลก โหมกระพือความช็อคทางอุปทานโลก รวมถึงก่อความหวาดวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อและปัญหาขาดแคลนอาหารทั่วโลก
ทั้งนี้อิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธและปล่อยโดรนโจมตีในวันพุธ(25มี.ค.) แทบไม่ส่งสัญญาณใดๆว่าจะลดระดับลง แม้ต้องเผชิญกับการทิ้งบอมบ์ทางอากาศอย่างไม่หยุดหย่อนจากอิสราเอลและสหรัฐฯ สื่อมวลชนอิหร่านอ้างว่าประเทศของพวกเขายิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลมากกว่าเดิม ส่วนซาอุดีอาระเบียสกัดโดรนลำหนึ่งได้ในภาคตะวันออก ขณะเดียวกันการโจมตีที่เล็งเป้าเล่นงานคูเวต ได้ก่อไฟไหม้ ณ ถังเชื้อเพลิงหนึ่งของสนามบินหลักของประเทศ
ข้อเสนอของสหรัฐฯครอบคลุมถึงการถอยกลับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในนั้นรวมถึงกลับคืนสู่การสังเกตการณ์ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ จำกัดขีปนาวุธและเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยที่ อิหร่าน จะได้รับการปลดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอันหนักหน่วง
ทรัมป์ ยังส่งสัญญาณต่อสาธารณะว่าข้อตกลงสันติภาพใดๆจะรวมไปถึงการห้ามอิหร่านจากการมีอาวุธนิวเคลียร์หรือการเสริมสมรรถนะวัสดุกัมมันตรังสีเพื่อจุดประสงค์ทางพลเรือน เขาเน้นย้ำในสัปดาห์นี้ว่า "อิหร่านต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก"
(ที่มา:บลูมเบิร์ก)

