xs
xsm
sm
md
lg

พิพากษาคดีเหมืองทองอัครา ศาลสั่งชดใช้ชาวบ้าน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปิดฉากมหากาพย์ 20 ปี ศาลสั่งเหมืองทองอัคราชดใช้ชาวบ้านนับร้อยรายที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษ พร้อมรับผิดชอบค่าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทั้งหมด

เป็นอีกหนึ่งมหากาพย์ที่มีบทสรุปไปแล้วสำหรับการประกอบการกิจการเมืองเหมืองทองคำบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่มาร่วมสองทศวรรษ โดยศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ สว 2/2559 ที่ น.ส.สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง กับพวกรวม 4 คน ตัวแทนชาวบ้าน จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการเหมืองทองคำชาตรี เป็นจำเลย เรื่องละเมิด ขอค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างอื่น กรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) มานาน 20 ปี ระบุว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า มีการรั่วไหลของโลหะหนักจากบ่อเก็บกักกากแร่ที่ 1 จากทางทิศใต้ออกไปสู่ที่ราบผ่านไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้พบโลหะหนักอยู่ในตามลำคลอง และทำให้ประชาชนมีสารโลหะหนักในร่างกาย และได้รับผลกระทบจากฝุ่นที่เกิดจากการระเบิดเหมืองแร่ และได้รับผลกระทบจากเสียงในการทำเหมืองแร่ของจำเลย จึงกำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้ง 4 และสมาชิกกลุ่มจำนวน 382 ราย

ศาลแพ่ง พิพากษาให้จำเลยชดใช้ ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยสำหรับประชาชนที่มีอายุ 15 ปีลงมา ให้รายละ 200,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปี รายละ 100,000 บาท อายุ 15 ปีลงมา แต่มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์ รายละ 100,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปี มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์ รายละ 50,000 บาท ค่าเสื่อมสภาพจิตใจได้รับความหวาดกลัววิตกกังวล สำหรับผู้ที่มีสารโลหะหนักเกินเกณฑ์ ได้รับการชดใช้รายละ 20,000 บาท ส่วนที่ไม่เกินเกณฑ์ ให้ได้รับรายละ 10,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลรายละ 5,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มและอาหารเมื่อไม่สามารถอุปโภคบริโภคจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ ให้ชดใช้รายละ 5,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ในการใช้แหล่งน้ำและวิถีชีวิตถูกทำลาย ให้ชดใช้รายละ 5,000 บาท

นอกจากนี้ พิพากษาให้จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่ม และต้องแก้ไขฟื้นฟูสภาพแวดล้อมรอบพื้นที่ประทานบัตรการทำเหมืองแร่ของจำเลย เป็นค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยที่ได้รับทุกขเวทนาด้านร่างกายและจิตใจ ค่าเสื่อมสภาพด้านจิตใจ ความหวาดกลัวและหวั่นวิตกจากการเกิดโรค ค่ารักษาพยาบาลและค่าพาหนะ ค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องนับถัดจากวันฟ้องเป็นเวลา 10 ปี ค่าใช้จ่ายเพื่อดำรงชีพในครัวเรือนและค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแหล่งน้ำและวิถีชีวิตเกษตรกรรมถูกทำลาย กับกำหนดให้จำเลยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินมาตรการแก้ไขและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เป็นเงิน 40 ล้านบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

ทั้งนี้ หากปรากฏว่าโจทก์ทั้ง 4 และสมาชิกกลุ่มคนใดเกิดความเจ็บป่วยที่ต้องรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานาน และต้องรักษาอาการหลังจากวันฟ้องจะต้องรักษาต่อเนื่องกันไปอีก จึงสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาอีกภายในระยะเวลา ไม่เกิน 2 ปี อีกทั้ง กำหนดให้จำเลยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองสาธารณะโดยรอบให้ปราศจากสารปนเปื้อน ให้รับผิดชอบทั้งหมด ส่วนคำขออื่นให้ยก

ด้านนายสมชาย อามีน ทนายความของโจทก์ เปิดเผยว่า ครั้งนี้เป็นการฟ้องร้องแบบกลุ่ม โดยมีสมาชิกที่ฟ้องร้อง 382 คน แต่ในคำตัดสินวันนี้ศาลแพ่งยังกำหนดให้ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่ไม่ได้อยู่ในสมาชิกที่ยื่นฟ้องร้อง สามารถนำเอกสารใบรับรองแพทย์ หรือหลักฐานยื่นเรียกร้องค่าเสียหายต่อกรมบังคับคดีได้ด้วยเช่นกัน