xs
xsm
sm
md
lg

รบกันต่อไป สันติภาพอีกไกล! อิหร่านตั้งเงื่อนไขแรง ‘ทรัมป์’ ต้องยอมอ่อนข้อเยอะถึงตกลงกันได้ ระบุตอนนี้แค่ทาบทางเบื้องต้นผ่านคนกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อาคารที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน ในนครเทลอาวีฟ ของอิสราเอล เมื่อวันอังคาร (24 มี.ค.)
อิหร่านและอิสราเอลยังคงโจมตีตอบโต้กันในวันอังคาร (24 มี.ค.) ขณะที่ไม่มีสัญญาณใดๆ แสดงให้เห็นว่าสงครามในตะวันออกลางครั้งนี้กำลังลดระดับความดุเดือดรุนแรงลง ถึงแม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาอ้างว่า มี “การเจรจาที่ดีมาก” กับทางอิหร่าน เพื่อยุติการสู้รบขัดแย้งที่ดำเนินมากว่า 3 สัปดาห์แล้ว แต่เตหะรานกลับยืนยันไม่ได้มีการพูดจาอะไรกัน พร้อมจวกทรัมป์แค่ปล่อยข่าวปลอมเพื่อปั่นตลาดน้ำมันและตลาดการเงิน ขณะเดียวกันในอีกด้านหนึ่ง แหล่งข่าวอาวุโสหลายรายในเตหะรานระบุว่า อิหร่านเพิ่งมีการหารือเบื้องต้นกับบางชาติซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นคนกลาง เพียงเพื่อสำรวจดูว่ามีพื้นฐานสำหรับเปิดการพูดคุยกับวอชิงตันหรือไม่ โดยหากมีการเปิดเจรจากันจริง อิหร่านซึ่งปัจจุบันอิทธิพลของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามเพิ่มสูง จะต้องใช้จุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นมาก ด้วยการเรียกร้องให้อเมริกาต้องยินยอมอ่อนข้อเรื่องสำคัญๆ

กองทัพอิสราเอลแถลงในวันอังคาร (24) ว่า ได้โจมตึทางอากาศ “ระลอกใหญ่” ตลอดทั่วทั้งพื้นที่หลายๆ แห่งของอิหร่าน ซึ่งก่อนหน้านั้นได้เปิด “การเล่นงานโดยตรง” ใส่อาคารหลังหนึ่งในย่านที่พักอาศัยของผู้คนฐานะดีในนครเทลอาวีฟ เมืองใหญ่ซึ่งนานาชาติยังถือว่าเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

ภาพที่ถ่ายได้โดยเอเอฟพีแสดงให้เห็น ถนนหลายสายซึ่งกลาดเกลื่อนด้วยกองหักพังที่ปลิวตกลงมา และด้านข้างของอาคารสามชั้นหลังหนึ่งในฮับพาณิชยกรรมของอิสราเอลที่อยู่ในสภาพเสียหายยับเยิน ขณะพวกเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินสาละวนกันเข้าไปชวยเหลือผู้คนอย่างน้อย 4 คนที่ได้รับบาดเจ็บสถานเบาตามสถานที่ต่างๆ 4 แห่ง

ตามรายงานของสื่ออิสราเอลหลายสำนักระบุว่า ตำรวจเชื่อว่าความเสียหายเหล่านี้เกิดขึ้นจากขีปนาวุธลูกหนึ่งที่ติดหัวรบแบบลูกปราย นั่นคือมีหัวรบย่อยๆ อยู่ 3-4 ลูก แต่ละลูกบรรทุกวัตถุระเบิดราว 100 กิโลกรัม

ก่อนหน้านั้น ทางด้านสื่ออิหร่านรายงานว่า เครื่องบินรบอเมริกาและอิสราเอลได้เข้าโจมตีโรงงานผลิตก๊าซ 2 แห่งและสายท่อส่งอีกแห่ง โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศยืดเส้นตายการถล่มโจมตีแหลกพวกที่ตั้งด้านพลังงานของอิหร่าน หากเตหะรานยังไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้จากคำขาดเดิมซึ่งระบุเวลา 48 ชั่วโมงที่สิ้นสุดลงในคืนวันจันทร์ (23) ก็ให้ขยายออกไปอีก 5 วัน โดยอ้างว่า เนื่องจากการเจรจาหารือเพื่อยุติสงคราม กำลังดำเนินไปด้วยดี

ทรัมป์อ้างว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ รวมทั้ง จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของตนเอง ได้คุยกับ “บุคคลระดับสูง” ของอิหร่านคนหนึ่งเมื่อค่ำวันอาทิตย์ (22) และวันจันทร์ ซึ่งเป็นไปด้วยดีมาก กระนั้น เขาเตือนว่า ถ้าการเจรจาล้มเหลวภายใน 5 วันข้างหน้า อเมริกาจะกลับไปถล่มเป้าหมายในอิหร่านตามที่ประกาศไว้

ขณะเดียวกัน แอกซิออส สื่อออนไลน์ของอเมริการายงานว่า วิตคอฟฟ์ และคุชเนอร์ อาจบินไปคุยกับผู้แทนอิหร่านที่ปากีสถานอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์นี้ และเป็นไปได้ว่า รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ อาจไปสมทบด้วย ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ปากีสถานที่ยังระบุเพิ่มเติมว่า ความคืบหน้าเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์หารือทางโทรศัพท์กับอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน

ทางด้านทำเนียบขาวยืนยันข่าวทรัมป์คุยกับมูนีร์ และ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ไม่ได้ปฏิเสธข่าวเรื่องการหารือกับอิหร่าน แต่สำทับว่า ไม่ควรด่วนสรุปว่า ข่าวลือต่างๆ เป็นความจริงจนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟของปากีสถาน ยังเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ได้หารือกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่าน และให้สัญญาว่า อิสลามาบัดจะช่วยนำสันติภาพกลับสู่ตะวันออกกลาง

ข่าวจากทำเนียบขาวเรื่องยืดเส้นตายถล่มสถานที่ทางพลังงานอิหร่าน ถ้ายังไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเรื่องสหรัฐฯกำลังมีการเจรจากับอิหร่าน ได้ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ในอเมริกาเมื่อวันอังคาร ทะยานขึ้นทันตา ส่วนราคาน้ำมันถอยกลับไปอยู่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันเบรนท์ดีดขึ้นอีกครั้งอยู่ที่ 104.21 ดอลลาร์ในวันอังคาร หลังจาก โมฮัมหมัด บาเกอร์ คอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่อิสราเอลคนหนึ่งและแหล่งข่าววงในอีกสองคนระบุว่า เป็นคนที่หารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ นั้น ออกมายืนยันว่า ไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้น แต่เป็นแค่การปล่อยข่าวปลอมของทรัมป์เพื่อปั่นตลาดการเงินและตลาดน้ำมัน

ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) สำทับอีกแรงว่า ได้เริ่มการโจมตีเป้าหมายของอเมริการะลอกใหม่ และวิจารณ์ว่า คำพูดของทรัมป์เป็นแค่ปฏิบัติการทางจิตวิทยาแบบเดิมๆ ที่หมดฤทธิ์เดชแล้ว และไม่มีผลอันใดกับการต่อสู้ของเตหะราน

เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงว่า ได้รับแจ้งจากประเทศพันธมิตรบางรายว่า อเมริกาขอเจรจายุติสงคราม อย่างไรก็ดี เขายืนยันว่า ยังไม่มีการเจรจาแต่อย่างใด

ส่วนทางฝั่งนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล บอกว่า ได้คุยกับทรัมป์ซึ่งเชื่อว่า มีโอกาสที่จะใช้ความสำเร็จยิ่งใหญ่ของกองทัพอเมริกาและอิสราเอลกดดันในการเจรจา ทว่า สำหรับตัวเขาเองนั้นจะเดินหน้าโจมตีอิหร่านและเลบานอนต่อไปเพื่อปกป้องประเทศ

นอกจากนั้น เมื่อวันอังคาร แหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่อาวุโส 3 คนของอิสราเอล ยังเผยว่า ดูเหมือนทรัมป์มุ่งมั่นบรรลุการเจรจากับเตหะรานเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง แต่สำทับว่า ไม่มีแนวโน้มที่อิหร่านจะยอมตามข้อเรียกร้องของวอชิงตันในการเจรจาใดๆ ก็ตามที่อาจเกิดขึ้นนับจากนี้ โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องของอเมริกาคือ อิหร่านต้องจำกัดโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธทิ้งตัว

ในอีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระดับอาวุโส 3 รายในเตหะรานบอกว่า อิหร่านเพียงเพิ่งมีการหารือเบื้องตันกับปากีสถาน, ตุรกี, และอียิปต์ ในเรื่องที่ว่ามีพื้นฐานหรือไม่สำหรับการพูดจากับสหรัฐฯเพื่อยุติสงคราม

รอยเตอร์ยังอ้างเจ้าหน้าที่ยุโรปรายหนึ่งซึ่งกล่าวในวันจันทร์วา ขณะที่ยังไม่มีการเจรจากันโดยตรงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ แต่อียิปต์, ปากีถสาน, และพวกรัฐริมอ่าวเปอร์เซีย ก็กำลังทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อความที่ฝ่ายหนึ่งส่งไปถึงอีกฝ่ายหนึ่ง เจ้าหน้าที่ปากีสถานผู้หนึ่งตลอดจนแหล่งข่าวอาวุโสในเตะหรานรายหนึ่งยังพูดในวันเดียวกันว่า การพูดจากันโดยตรงในเรื่องยุติสงครามอาจจัดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานในสัปดาห์นี้

แหล่งข่าวอาวุโสในเตหะรานทั้ง 3 รายบอกกับรอยเตอร์ว่า ถ้าหากมีการพูดจาใดๆ เกิดขึ้นมาได้ อิหร่านจะส่งประธานรัฐสภา โมฮัมหมัด บาเกอร์ คอลิบาฟ และรัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี เข้าร่วม อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวเหล่านี้กล่าวอย่างระมัดระวังว่า ท่าทีของอิหร่านในการเจรจาถ้าหากมีขึ้นได้นี้ จะแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิมมาก รวมทั้งการตัดสินใจใดๆ ในที่สุดแล้วจะขึ้นอยู่กับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม

แหล่งข่าวเหล่านี้บอกว่า อิหร่านจะไม่เพียงเรียกร้องสหรัฐฯให้ยุติสงครามเท่านั้น แต่ยังจะเรียกร้องให้ทรัมป์ต้องยินยอมอ่อนข้อทั้งในเรื่อง การรับประกันว่าจะไม่มีการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านในอนาคตอีก, การชดเชยความเสียหายจากสงคราม, และการรับรองให้อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ โดยในเวลาเดียวกัน อิหร่านจะปฏิเสธไม่ยอมเจรจาเรื่องกำหนดข้อจำกัดใดๆ เอากับโครงการขีปนาวุธทิ้งตัวของตน

(ที่มา: เอเอฟพี/รอยเตอร์)