xs
xsm
sm
md
lg

ชัตดาวน์บีบ จนท.ความปลอดภัยขาดงานเพิ่ม ทรัมป์ส่ง ICE สกรีนนักเดินทางในสนามบิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รอยเตอร์ – กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) เผยช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยการบินลางานมากที่สุดนับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มชัตดาวน์บางส่วนเมื่อ 5 สัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเตรียมเข้าปฏิบัติหน้าที่แทนในสนามบินบางแห่งที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นที่สุด

DHS แถลงเมื่อวันอาทิตย์ (22 มี.ค.) ว่า เจ้าหน้าที่หน่วยงานความปลอดภัยด้านการบิน (TSA) ที่สนามบินในเมืองฮิวสตัน นิวยอร์ก และแอตแลนตากว่า 1 ใน 3 ลาป่วยหรือขาดงาน ขณะที่การชัตดาวน์ทำให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างรัฐบาลนับหมื่นคนทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ขณะที่เดโมแครตกับรีพับลิกันยังตกลงกันไม่ได้เรื่องงบประมาณของ DHS

เจ้าหน้าที่รัฐบาลเผยว่า จะมีการส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ไปปฏิบัติหน้าที่ในสนามบินแทนตั้งแต่วันจันทร์ (23 มี.ค.) โดย DHS ระบุว่า จะไม่เปิดเผยรายละเอียดเรื่องนี้เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน แต่แหล่งข่าววงในเผยว่า แผนการในขณะนี้คือ การส่งเจ้าหน้าที่ ICE ไปยังสนามบิน 14 แห่ง แต่สำทับว่า ตัวเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่แหล่งข่าวยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ ICE จะไม่ประจำอยู่ที่จุดตรวจความปลอดภัยในสนามบิน เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงในด้านนี้

อันเดร ดิกเคนส์ นายกเทศมนตรีแอตแลนตา แถลงว่า ได้รับแจ้งว่า จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ ICE ไปยังสนามบินฮาร์ตส์ฟิลด์-แจ็คสัน ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการสูงสุดในอเมริกา เพื่อสนับสนุนภารกิจของ TSA ในการควบคุมฝูงชนและจัดการแถวผู้โดยสารที่รอตรวจความปลอดภัยในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และไม่มีจุดประสงค์ในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง

คำแถลงดังกล่าวขัดแย้งกับโพสต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันเสาร์ (21 มี.ค.) ที่ระบุว่า กิจกรรมของเจ้าหน้าที่ ICE ครอบคลุมถึงการจับกุมผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวโซมาเลีย ที่คณะบริหารของทรัมป์กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานว่า ฉ้อโกงและทุจริตอย่างกว้างขวาง

DHS ยังระบุว่า ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ TSA กว่า 9% ขาดงาน ส่งผลให้บริการต่างๆ ในสนามบินล่าช้า ขณะที่ตัวแทนสหภาพแรงงานและ TSA เผยว่า เจ้าหน้าที่ TSA นับร้อยที่ถูกบังคับให้ไปทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนตัดสินใจลาออก

ทอม โฮแมน ผู้รับผิดชอบด้านพรมแดนของอเมริกา กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า การส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไปเสริมทีม TSA จะช่วยให้การให้บริการในสนามบินเร็วขึ้น ทว่า สหภาพแรงงานของเจ้าหน้าที่ TSA แย้งว่า วิธีดังกล่าวไม่ช่วยแก้ปัญหาที่แท้จริงคือเรื่องค่าตอบแทน ส่วนทรัมป์ยังโพสต์ว่า ICE จะทำหน้าที่ในสนามบินได้ดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ถึงกระนั้น มีรายละเอียดน้อยมากว่า เจ้าหน้าที่ ICE จะช่วยแก้ปัญหาการติดขัดในสนามบินได้อย่างไร แม้โฮแมนให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นว่า จะมีการจัดทำแผนให้เสร็จสิ้นภายในวันอาทิตย์เพื่อเคลียร์แถวผู้โดยสารยาวเหยียดที่รอคิวเข้าเกตเพื่อขึ้นเครื่องก็ตาม

นอกจากนี้ ขณะที่โฮแมนบอกว่า ไม่แน่ใจว่า เจ้าหน้าที่ ICE จะดูแลเครื่องเอ็กซ์เรย์กระเป๋าเดินทางและอุปกรณ์สแกนผู้โดยสารได้หรือไม่เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ ฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีคมนาคม กลับให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่ ICE รู้วิธีตรวจค้นตัวผู้โดยสารและสามารถควบคุมเครื่องเอ็กซ์เรย์ได้

ทางด้านสหภาพแรงงานที่เป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่ TSA วิจารณ์การตัดสินใจของทรัมป์โดยบอกว่า สมาชิกสหภาพใช้เวลาอบรมนานนับเดือนเพื่อเรียนรู้วิธีตรวจระเบิดและอาวุธ และยอมไปทำงานทุกวันโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนเพราะเชื่อมั่นในภารกิจการปกป้องความปลอดภัยต่อสาธารณชน ดังนั้น บุคลากรเหล่านี้จึงสมควรได้รับค่าตอบแทน แทนที่ทางการจะจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธที่ไม่ได้รับการฝึกฝนและเคยแสดงให้เห็นมาก่อนว่า พวกเขาเป็นอันตรายแค่ไหน

ทั้งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ TSA ไม่ได้รับค่าตอบแทน แต่เจ้าหน้าที่ ICE ยังคงได้รับค่าตอบแทนปกติเนื่องจากรัฐบาลแยกงบประมาณเป็นคนละส่วน ขณะที่สมาชิกรัฐสภากำลังถกเถียงกันว่า งบประมาณของ ICE ควรโยงกับกฎและกระบวนการใหม่หรือไม่

เดโมแครตยืนยันว่า จำเป็นต้องมีกฎใหม่ หลังจากเจ้าหน้าที่ ICE ที่สวมหน้ากาก ยิงพลเมืองอเมริกันสองคนเสียชีวิตในมินนิโซตาเมื่อต้นปี ซึ่งบุคคลทั้งสองออกไปประท้วงหรือสังเกตการณ์การเร่งเนรเทศผู้อพยพที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนของทรัมป์ในมินนิโซตา