xs
xsm
sm
md
lg

อายไหม อภิมหาอำนาจถูกลูบคม? เผย‘ฝูงโดรนลึกลับ’บินรุกล้ำหลายระลอกต่อเนื่องหลายวัน ฐานทัพสำคัญของเครื่องบินทิ้งระเบิดบี-52 ในลุยเซียนา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


(ภาพจากแฟ้ม) เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52H Stratofortresses เรียงแถวกันบนรันเวย์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกเตรียมพร้อม ที่ฐานทัพอากาศบาร์คสเดล, รัฐลุยเซียนา, สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2020 (ภาพถ่ายและเผยแพร่โดยกองทัพอากาศสหรัฐฯ)
เหตุการณ์พบเห็นโดรน ซึ่งทำให้ต้องใช้มาตรการเตือนภัยฉุกเฉินเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ณ สนามบินใหญ่ที่สุดและทรงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่สุดแห่งหนึ่งของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ จริงๆ แล้วต้องถือเป็นเหตุการณ์ซึ่งมีขนาดใหญ่โตกว้างขวางกว่า รวมทั้งมีศักยภาพที่จะสร้างอันตรายได้มากกว่า ที่รายงานกันเอาไว้ในตอนแรก ทั้งนี้ตามเอกสารลับสรุปสถานการณ์ภายใน ซึ่งสื่อเอบีซีนิวส์ได้รับทราบมา

ฐานทัพอากาศ บาร์คสเดล (Barksdale Air Force Base) ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐลุยเซียนา แถลงว่าต้องประกาศใช้คำสั่งให้หลบภัยภายในสถานที่ (shelter-in-place order) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม หลังจาก “ได้รับรายงานว่ามีระบบอากาศยานไร้คนขับ กำลังปฏิบัติการอยู่เหนือสถานที่ทำการแห่งนี้”

การพบเห็นโดรนเช่นนี้ ก่อให้เกิดความกังวลใจ เนื่องจาก บาร์คสเดลเป็นบ้านของฝูงบินทิ้งระเบิดพิสัยไกล B-52 และแสดงบทบาทที่สำคัญยิ่งยวดในการบังคับบัญชาและการควบคุมขีดความสามารถในการป้องกันทางนิวเคลียร์ของกองทัพอากาศ

คำสั่งให้หลบภัยภายในสถานที่ ได้รับการยกเลิกในเวลาต่อมาของวันเดียวกันนั้น ทว่าการบินของโดรนโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจหน้าที่เช่นนี้ ยังคงเกิดขึ้นต่อมาอีกหลายครั้ง เป็นระยะเวลาเกือบ 1 สัปดาห์

“ฐานทัพอากาศบาร์คสเดลได้ตรวจพบการปฏิบัติการด้วยโดรนโดยมิได้รับอนุญาตหลายครั้งในน่านฟ้าของเรา ในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 9 มีนาคม” เรืออากาศเอก ฮันเตอร์ รินิงเกอร์ แห่ง กองบินทิ้งระเบิดที่ 2 ระบุในคำแถลงที่ส่งให้แก่เอบีซีนิวส์ ทั้งนี้เรื่องที่มีโดรนล่วงล้ำในวันอื่นๆ ด้วยเช่นนี้ ยังไม่เคยมีการรายงานข่าวกันมาก่อน

ตามเอกสารสรุปที่เป็นเอกสารปกปิดลงวันที่ 15 มีนาคม ระบุเอาไว้ว่า โดรนเหล่านี้เข้ามายังน่านฟ้าสนามบินในลักษณะคราวละหลายลำแบบเป็นระลอก โดยเข้าและออกจากเขตฐานทัพในลักษณะซึ่งน่าจะบ่งบอกถึงความพยายามที่จะ “หลบหลีกไม่ให้ผู้ปฏิบัติการถูกระบุตำแหน่งได้” ขณะที่แสงไฟที่เปิดอยู่บนโดรนเหล่านี้บ่งชี้ว่า ผู้ปฏิบัติการ “อาจจะกำลังทดสอบการตอบโต้ในด้านการรักษาความปลอดภัย” ของทางฐานทัพ

“ระหว่างวันที่ 9-15 มีนาคม กองกำลังรักษาความปลอดภัยฐานทัพอากาศบาร์คสเดล ได้พบเห็นระลอกของโดรนระหว่าง 12-15 ลำหลายระลอก เข้ามาปฏิบัติการเหนือพื้นที่อ่อนไหวต่างๆ ของสถานที่ทำการแห่งนี้ ซึ่งรวมไปถึงพื้นที่จอดเครื่องบินซึ่งเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการ โดยที่อากาศยานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงลักษณะสัญญาณต่างๆ ที่มิใช่อากาศยานเชิงพาณิชย์, มีการเชื่อมโยงควบคุมจากระยะไกล, และมีคุณสมบัติต่อต้านการถูกส่งสัญญาณรบกวน” เอกสารฉบับดังกล่าวระบุ “หลังจากบินไปถึงจุดต่างๆ ทั่วทั้งสถานที่ทำการนี้แล้ว โดรนเหล่านี้ก็กระจายกันบินข้ามสถานที่อ่อนไหวต่างๆ ของฐานทัพ”

เอกสารฉบับนี้บอกว่า ไม่ได้ตรวจพบกิจกรรมของโดรนใดๆ ในวันที่ 13 และ 14 มีนาคม และไม่เป็นที่ชัดเจนว่ามีกิจกรรมอยู่อีกหรือไม่ภายหลังวันที่ 15 มีนาคมแล้ว

เที่ยวบินของโดรนเหล่านี้ กินเวลาราวๆ 4 ชั่วโมงในแต่ละวัน โดยที่โดรนพวกนี้มีการใช้เส้นทางเข้าต่างๆ กันหลายเส้นทาง รวมทั้งจงใจที่จะเคลื่อนไหวหลบหลีกยักย้ายภายในน่านฟ้าหวงห้าม

“แน่นอนทีเดียว มันดูเหมือนเป็นอะไรที่มากเกินกว่าแค่พวกคลั่งไคล้โดรนโดยเฉลี่ยที่คุณรู้จักคุ้นเคย ซึ่งเพียงแค่ชอบทำอะไรให้เกินเลยไปหน่อย” นี่เป็นความเห็นของ มิค มุลรอย อดีตรองผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งทำหน้าที่คอยอธิบายไขข้อข้องใจให้แก่เอบีซีนิวส์ “มันดูเหมือนกับว่า นี่คือความจงใจและความตั้งใจที่จะเฝ้าดูว่าพวกเขา (ทางฐานทัพ) จะแสดงปฏิกิริยาตอบโต้กันยังไงมั่ง”

เอกสารสรุปยังมีการลงความเห็นวินิจฉัยว่า โดรนเหล่านี้มีความแตกต่างจากโดรนชนิดที่ผู้บริโภคแบบฉบับสามารถซื้อหาจากร้านรวงต่างๆ ได้ พวกมันดูเหมือนกับสร้างขึ้นตามตามคำสั่งเฉพาะของลูกค้า และจำเป็นต้องมี “ความรู้ในระดับล้ำหน้า” เกี่ยวกับการปฏิบัติการด้านสัญญาณสื่อสารต่างๆ

พวกนักวิเคราะห์กล่าว “ด้วยความเชื่อมั่นอย่างสูง” ว่า พวกเขาคาดหมายว่าโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางการเช่นนี้ จะยังคงออกปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องทั้งภายในและรอบๆ ฐานทัพอากาศบาร์คสเดลอีกในอนาคตที่ไม่ไกลจากนี้

“เหตุการณ์โดรนล่วงล้ำฐานทัพอากาศบาร์คสเดล ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงแห่งชาติอย่างหนึ่ง เนื่องจากมันทำให้ต้องปิดพื้นที่จอดเครื่องบินที่เตรียมพร้อมปฏิบัติการ เวลาเดียวกันก็ทำให้พวกเครื่องบินที่มีคนประจำอยู่พรักพร้อมสำหรับการขึ้นบินในบริเวณดังกล่าวตกอยู่ในความเสี่ยง” เอกสารปกปิดนี้ระบุ

เอบีซีนิวส์ ได้สอบถามไปยังองค์การบริหารการบินสหรัฐฯ (FAA) เพื่อขอความเห็น ซึ่ง FAA บอกให้ไปติดต่อกับทางฝ่ายทหาร สำหรับกองบัญชาการตำรวจรัฐลุยเซียนา ที่กำลังช่วยเหลือการสอบสวนเรื่องนี้อยู่ด้วย แสดงท่าทีไม่ขอแถลงใดๆ

ขณะที่คำแถลงของ เรืออากาศเอกรีนิงเกอร์ กล่าวย้ำว่า “การบินโดรนเหนือสถานที่ทำการทางทหาร ไม่เพียงแต่เป็นประเด็นปัญหาด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระทำความผิดทางอาญาตามกฎหมายสหรัฐฯอีกด้วย เรากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับทางหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับสหรัฐฯและระดับท้องถิ่นเพื่อสอบสวนการรุกล้ำเหล่านี้ ความมั่นคงของสถานที่ทำการของเรา และความปลอดภัยของประชาชนของเราคือสิ่งที่มีความสำคัญลำดับสูงสุด และเราจะยังคงเฝ้าติดตามตรวจสอบน่านฟ้าของเราอย่างระแวดระวังต่อไป”

(ที่มา: เอบีซีนิวส์)