ผบช.ก.เผยผลตรวจคลังน้ำมันอ่างทองส่อต่ำกว่ามาตรฐานเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง - ด้านเจ้าของคลังขอเลื่อนนัดพบตำรวจอ้างไม่สะดวกชี้แจง
วันนี้ ( 23 มี.ค.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี ตำรวจ บก.ปคบ.บุกตรวจสอบคลังน้ำมันใน จ.อ่างทอง หลังถูกร้องเรียนขายเกินราคา “ดีเซล” ลิตรละ 40.50 บาท พบมีน้ำมันเชื้อเพลิงในสต๊อก 331,000 ลิตร ว่า ขณะนี้ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ประกอบการคลังน้ำมันดังกล่าวนั้น พนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้เข้าชี้แจงตั้งแต่วันนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตามกำหนดนัดหรือไม่
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการตรวจสอบเบื้องต้นได้วางไว้ 4 ประเด็นหลัก คือ 1.ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันว่ามีการปนเปื้อนหรือได้มาตรฐานหรือไม่ 2.ตรวจสอบเอกสารการซื้อขายและการขนส่งว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ 3.ตรวจสอบการจำหน่ายว่ามีการขายเกินราคาควบคุมหรือไม่ และ 4.ตรวจสอบการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร ซึ่งหากพบการกระทำผิดในส่วนใดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าคุณภาพน้ำมันในคลังดังกล่าวอาจไม่ได้มาตรฐาน แต่ยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อยืนยันรายละเอียด หากผลชัดเจนว่าคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ผู้ประกอบการจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทันที นอกจากนี้ยังสั่งกำชับให้ตรวจสอบประเด็นการขายเกินราคาและการปนเปื้อนประกอบกันด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลหรือเจ้าหน้าที่รัฐ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลว่ามีนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างรัดกุมและขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนปริมาณน้ำมันที่ตรวจพบมากกว่า 300,000 ลิตรนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการสั่งอายัด เนื่องจากข้อมูลจากพลังงานจังหวัดระบุว่าปริมาณดังกล่าวยังอยู่ในระดับปกติของคลังขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพรองรับได้มากกว่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติมว่าผู้ประกอบการรายนี้มีคลังเก็บน้ำมันในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานย้อนหลังให้ครอบคลุมที่สุด
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนกรณีที่พลังงานจังหวัดอ่างทองได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองอ่างทอง เกี่ยวกับความผิดของบริษัทต้นทางนั้น ทาง บช.ก. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้การทำงานของคณะทำงานร่วมระหว่างตำรวจและรัฐบาลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยยันยันจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามนโยบายกวาดล้างการเอาเปรียบประชาชนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน
ด้าน พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ รรท.ผกก. 2 บก.ปคบ. เปิดเผยว่า วันนี้ผู้ประกอบการแจ้งขอเลื่อนเข้าชี้แจ้งออกไปก่อน เนื่องจากไม่สะดวก และขอดูอีกภายใน1-2 วันจะติดต่อเข้าให้ปากคำ เพราะส่วนของผู้ประกอบการเป็นการส่งหมายเรียกไป ทั้งนี้พนักงานสอบสวน ก็จะต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งกรมธุรกิจพลังงาน และพาณิชย์จังหวัด เข้ามาให้ข้อมูลด้วย เพราะตอนนี้ยังไม่ได้สอบปากคำใครอย่างละเอียด

