คืบหน้าคดีครูพละบุรีรัมย์ลวนลามศิษย์! ผกก.สภ.ลำปลายมาศ แจ้งข้อหาอนาจารฯ หลังสหวิชาชีพสอบปากคำเด็กชัดเจน ขณะที่รองเลขาฯ กพฐ. ย้ำนโยบายโรงเรียนต้องปลอดภัย สั่งพักราชการผู้ถูกกล่าวหาทันที พร้อมขู่ฟันผู้บริหารหากพบปล่อยปละละเลย
ความคืบหน้ากรณีอื้อฉาวในวงการการศึกษา หลังผู้ปกครองนักเรียนหญิงชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องเรียนว่าถูกครูพลศึกษาล่วงละเมิดทางเพศและใช้อำนาจข่มขู่มาอย่างยาวนาน ล่าสุด สพฐ. สั่งพักราชการทันที ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อหาอนาจารฯ เล็งตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบอาจมีเหยื่อมากกว่า 100 ราย
จากรายงานระบุว่า พฤติการณ์ของครูพละรายนี้จะใช้วิธีส่งข้อความแชตคุกคามในเชิงชู้สาว และฉวยโอกาสล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนในที่สาธารณะภายในโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีการใช้อำนาจในทางที่ผิด ข่มขู่ให้ศิษย์ติดผลการเรียน "ร" หรือ "ศูนย์" หากต้องการแก้ไขเกรดจะต้องไปพบครูในที่ลับตาคน ส่งผลให้มีนักเรียนจำนวนมากหวาดกลัวจนเรียนไม่จบ โดยมีข้อมูลอ้างว่าครูรายนี้กระทำผิดมานานหลายปี และมีนักเรียนตกเป็นเหยื่อรวมแล้วกว่า 100 ราย แม้ที่ผ่านมาจะเคยมีการร้องเรียนแต่เรื่องกลับเงียบหายไปจากการเจรจายอมความ
ล่าสุด วันนี้ (23 มี.ค.) นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. ได้สั่งการด่วนให้ติดตามข้อเท็จจริง โดยมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวขัดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพและนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างร้ายแรง
"ขณะนี้ได้สั่งการให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด โดยมีคำสั่งให้ครูรายดังกล่าว 'พักราชการ' ไว้ก่อน พร้อมส่งนักจิตวิทยาเข้าฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้เสียหาย และหากพบว่าผู้บริหารโรงเรียนมีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลย จะต้องถูกดำเนินการตรวจสอบด้วยเช่นกัน" นางภัทรวรรณ กล่าว
ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนคนปัจจุบันระบุว่า ตนเพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่กี่เดือนจึงไม่ทราบข้อมูลในอดีต แต่ยืนยันว่าได้รายงานเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน และพร้อมให้ความเป็นธรรมหากมีผู้เสียหายรายอื่นต้องการออกมาร้องเรียนเพิ่มเติม
ทางด้านคดีอาญา พ.ต.อ.ขวัญชัย เผือกพูนผล ผกก.สภ.ลำปลายมาศ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา และผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความในวันถัดไป โดยขณะนี้ตัวผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหา "กระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล" โดยใช้กำลังขู่เข็ญหรือทำให้ผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตำรวจร่วมกับทีมสหวิชาชีพได้สอบปากคำเด็กผู้เสียหายแล้ว และกำลังเร่งตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

