บอร์ด กกพ. เคาะค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค.69 วาง 3 แนวทางค่าไฟในกรอบ 3.95-4.59 บาทต่อหน่วย หลังต้นทุนราคาก๊าซLNGขยับสูงขึ้นแตะ25 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ชี้หากรัฐต้องการตรึงค่าไฟ 3.88 บาทต่อหน่วยต้องส่งสัญญาณให้ภาคอุตสาหกรรมและประชาชนรับมือ “วรวิทย์” หวั่นค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค.พุ่งทะลุ 4 บาทต่อหน่วย
นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการ กำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)ผันผวนโดยราคาLNGตลาดจร (Spot)ขยับมาอยู่ที่ 25เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ทำให้แนวโน้มค่าไฟฟ้าสำหรับงวดใหม่ช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ปรับตัวสูงขึ้น เบื้องต้นกกพ.คำนวณค่าไฟงวดใหม่ได้ 3.95 บาท/หน่วย สูงกว่าค่าไฟฟ้างวดปัจจุบันที่ 3.88บาท/หน่วยอยู่ 7สตางค์/หน่วย
เดิมกกพ.คำนวณตามสูตรการปรับค่า Ft ออกเป็น 3 กรณี คือ กรณีที่1 หากไม่มีมาตรการใดๆเข้าไปช่วยเหลือ สะท้อนต้นทุนค่าเชื้อเพลิง เงินเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ.ที่จะได้รับเงินที่รับภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนรวม 36,000ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 จะปรับขึ้นจากปัจจุบัน 3.88 บาทต่อหน่วย เพิ่มเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย
กรณีที่2 ไม่มีการชำระเงินคงค้างจ่าย(AF)กฟผ.ที่เหลือจำนวน 36,000ล้านบาท ค่าไฟฟ้างวดใหม่จะอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย
และกรณีที่3 กกพ.นำเงิน Claw back 9,400 ล้านบาท มาช่วยลดค่าไฟฟ้าทั้งหมด และยังไม่มีการชำระคืนเงินค้างจ่ายAFกฟผ.จำนวน 36,000 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าปรับขึ้นจริง ประมาณ 7 สตางค์ต่อหน่วย มาอยู่ที่ 3.95บาท/หน่วย
อย่างไรก็ดี ตัวเลขอัตราค่าไฟดังกล่าวข้าต้นยังมีโอกาสเปลี่ยนแปล เนื่องจากราคาก๊าซ LNG มีความผันผวน โดยจะมาพิจารณาราคาLNGอีกครั้งระหว่างวันที่ 23-24 มีนาคม 2569 เพื่อใช้คำนวณตามสูตรค่าไฟฟ้า ก่อนเสนอคณะกรรมกำกับกิจการพลังงานในวันที่ 25 มีนาคมนี้ หลังจากนั้นสำนักงาน กกพ. ดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569
อย่างไรก็ตาม ภาคนโยบายได้ส่งสัญญาณว่าจะมีการตึงค่าไฟฟ้างวดใหม่ที่ 3.88บาท/หน่วย โดยจะหากลไกต่างๆมาใช้เพื่อให้ค่าไฟฟ้าไม่ปรับขึ้น เพราะต้องการลดภาระให้ประชาชน
นายวรวิทย์ กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัว ค่าไฟฟ้าควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง หากภาคนโยบายอาจจะตรึงค่าไฟฟ้างวดใหม่ แต่ก็ต้องส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมรวมถึงประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริงเพี่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางและได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์
สิ่งที่กังวลคือ ค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ราคาLNGปรับขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว โดยเราไม่มีเครื่องมือช่วยพยุงค่าไฟฟ้า แต่กฟผ.ยังต้องแบกรับภาระหนี้คงค้าง และดอกเบี้ยจ่ายอยู่ ถ้าอัตราค่าไฟฟ้าอาจปรับขึ้นทะลุ 4บาทต่อหน่วย แต่ภาคธุรกิจทำสัญญาซื้อขายสินค้าโดยประเมินค่สไฟฟ้าในอัตราที่ต่ำก็อาจจะได้รับผลกระทบได้ ยอมรับว่าขณะนี้ทางอียูมีการเร่งซื้อLNGเพื่อเก็บสต๊อกไว้ใช้ เพื่อรับมือสงครามยืดเยื้อและใช้ในฤดูหนาว ทำให้ราคาLNGในตลาดโลกผันผวนหนัก
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าภาครัฐควรต้องพิจารณาจัดงบมาช่วยเหลือค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200-300 หน่วยต่อเดือน ในขณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่นๆ ควรจะต้องมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า หลังจากประเมินว่าแหล่งผลิตLNGจากกาตาร์ที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิหร่านจะต้องใช้เวลา3-5ปีจึงจะกลับมาผลิตLNGใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งไทยมีสัญญานำเข้า LNG ระยะยาวจากกาตาร์ประมาณ 2 ล้านตันต่อปี

