xs
xsm
sm
md
lg

ศบก.ย้ำตะวันออกกลางเสี่ยงสูงขอคนไทยกลับประเทศ โหลดแอป "Thai consular" ติดต่อช่วยเหลือ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศบก.ย้ำสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความเสี่ยงสูงขอคนไทยพิจารณาเดินทางกลับประเทศ พร้อมขอให้โหลด Application "Thai consular" เป็นอีกช่องทางในการติดต่อขอความช่วยเหลือ

วันนี้ (22มี.ค.) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าววันนี้ โดย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึง สถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า หากเดินทางไปต่างประเทศให้ระมัดระวังและตื่นตัวโดยกระทรวงการต่างประเทศมีคำแนะนำ 3 ประการคือ ขอให้ติดหมายเลขฮอตไลน์ของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่เดินทางไป เผื่อกรณีฉุกเฉินจะสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังให้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากมีคำเตือนหรือคำแนะนำใดให้ปฏิบัติตาม พร้อมให้ดาวน์โหลด Application "Thai consular" เพื่อเป็นอีกช่องทางในการติดต่อขอความช่วยเหลือ

สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้ ยังคงมีความรุนแรง มีการตอบโต้ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 โดย นอกจากการมุ่งเป้าฐานปฏิบัติการสหรัฐในประเทศต่างๆยังมีการขยายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในหลายประเทศของภูมิภาค ส่งผลกระทบเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และพลังงานของโลกมากขึ้น ส่วนช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงตรึงเครียด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่าเรือต่างชาติสามารถสัญจรผ่านช่องแคบได้หากมีการแจ้งและตกลงเงื่อนไขล่วงหน้า ในขณะที่ล่าสุดมีการเรียกร้องโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ภายใน 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีการออกแถลงการณ์ร่วม 22 ประเทศ อาทิ ยูเออี บาห์เรน

สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส แคนาดา เกาหลี ใต้ญี่ปุ่น ร่วมกันผลักดันให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ทางสหรัฐฯยังได้ออกหนังสืออนุญาตระยะสั้นเพื่ออนุญาตให้มีการขายน้ำมันของอิหร่านที่ตกค้างอยู่ในเรือบรรทุกน้ำมัน และจะทำให้น้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรล เข้าสู่ตลาดโลกอย่างรวดเร็วเพื่อบรรเทาการขาดแคนน้ำมัน ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศขอยืนยันว่าเนื่องจากสถานการณ์โดยรวมจะพบมีความผันผวน จึงขอย้ำอีกครั้งให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วและติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการเคร่งครัดรวมทั้งแจ้งข้อมูลในการช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

ส่วนความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในทุกพื้นที่โดยในอิสราเอล จากเหตุคนงานไทยเสียชีวิตจากเหตุระเบิดสถานเอกอัครราชทูตณกรุงเทลอาวีฟยังคงออกประกาศเตือน สำหรับอิหร่านและตุรกีสถานเอกอัครราชทูต อยู่ระหว่างการประสานอพยพแรงงานไทย 4 คน และนักศึกษาอีก 7รวม11 คน เดินทางข้ามตุรกีเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลางขอให้ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์สม่ำเสมอ สำหรับการช่วยคนไทยออกจากจุดเสี่ยงและกลับไทยแล้ว 1,475 คน