xs
xsm
sm
md
lg

วิกฤตน้ำมันทำกระทบถ้วนหน้า ผู้ประกอบการรถเครนชลบุรี-ประมงตราดส่อนำรถ-เรือจอดนิ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวศรีราชา-กระทบถ้วนหน้าวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง เจ้าของรถเครนชลบุรี-ประมงตราด โอดราคาน้ำมันพุ่งจนแบกรับไม่ไหว ภาคขนส่งรายได้หายแล้ว 70 % ส่วนประมงต้นทุนออกเรือไม่คุ้มค่าราคาสัตว์น้ำ จนต้องทยอยนำเรือจอด หวั่นจอดนานเจอแรงงานหนีซ้ำ

วันนี้ ( 20 มี.ค.) นายกิตติพันธุ์ ระพีกุล เจ้าของกิจการรถเครนขนาดใหญ่ใน จ.ชลบุรี ได้ออกมาโอดครวญถึงผลกระทบด้านราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นจากภัยสงครามตะวันออกกลาง ที่สร้างผลกระทบเป็นโดมิโน ว่านอกจากผู้ประกอบการจะได้รับความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่สูงถึงลิตรละ 38 บาท จนต้องนำรถตระเวนเติมตามปั๊มต่าง ๆ ที่ราคาขายยังอยู่ที่ลิตรละ 30 บาทเพื่อให้มีน้ำมันในถังไม่ต่ำกว่า 100 ลิตร เนื่องจากการนำรถเครนออกทำงานแต่ละครั้งต้องใช้น้ำมัน 100 - 200 ลิตร แล้ว

ยังต้องประสบปัญหาเรื่องการเติมน้ำมันแต่ละครั้งที่ทางปั๊มอนุญาตให้เติมได้เพียงครั้งละ 1,000 บาทหรือประมาณ 30 ลิตร ซึ่งไม่พอเพียงสำหรับการใช้งาน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก และแม้ตนเองจะมีสต๊อกน้ำมันบรรจุถังจำนวน 10,000 ลิตรสำหรับเติมรถเครน แต่ก็ต้องเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เพราะนอกจากจะทำกิจการรถเครนแล้ว ก็ยังเป็นอาสากู้ภัยของมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ด้วย



" ก่อนสถานการณ์ตะวันออกกลาง บริษัทฯ เคยมีรายรับจากการให้บริการรถเครนประมาณวันละ 500,000 บาท แต่ขณะนี้รายรับเหลือไม่ถึง 200,000 บาท และหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วพบว่ารายได้หายไปกว่า 70% จึงอยากจะวิงวอนให้รัฐบาลช่วยหาวิธีการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนและเจ้าของกิจการรถขนส่งทั่วประเทศ ให้อย่าได้รับผลกระทบความเดือดร้อนมากกว่าที่เป็นอยู่" เจ้าของกิจการรถเครนชลบุรี กล่าว


ประมงตราด จ่อจอดเรือทิ้งลอยลำ เซ่นพิษสงคราม-ราคาน้ำมันพุ่ง

เช่นเดียวกับ นายณรงค์ ชัยศิริ นายกสมาคมประมงจังหวัดตราด ที่บอกว่าผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันกลางทะเล (น้ำมันเขียว) พุ่งสูงถึงลิตรละ 35 บาท ซึ่งถือเป็นระดับที่ชาวประมงแบกรับต้นทุนไม่ไหว และคาดว่าภายในไม่เกินหนึ่งสัปดาห์นี้ น้ำมันเดิมที่เคยสต็อกไว้ในราคาลิตรละประมาณ 23 บาทจะหมดลง และหลังจากวันที่ 21มี.ค.2569 เป็นต้นไปราคาน้ำมันเขียว จะขยับตัวสูงขึ้นอีกแบบไม่มีกำหนด

“ ผลที่ตามมาคือ ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มนำเรือกลับเข้าฝั่งเพื่อจอดพักและซ่อมบำรุงแทนการออกไปทำประมงกัน เพราะ ราคาสัตว์น้ำก็ไม่ได้ปรับขึ้นตามราคาต้นทุน เพราะโรงงานแปรรูปขนาดใหญ่มีสต็อกสินค้าจำนวนมากจากการนำเข้า ทำให้กลไกราคาถูกกดไว้”


นายกสมาคมประมงจังหวัดตราด ยังเผยอีกว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือปัญหาแรงงาน เพราะหากชาวประมงนำเรือจอดนาน แรงงานก็จะเดินทางกลับประเทศกัมพูชา ซึ่งจะส่งผลเสียถาวรเนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการกลับเข้ามาทำงานในไทย

“ คนทำประมง ไม่คาดหวังให้รัฐบาลลดราคาลงมาตามกลไกโลก แต่ขอเพียงอย่างเดียวคืออย่าให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลน เพื่อให้เรือที่ยังพอมีกำลังสามารถออกไปประกอบอาชีพประคับประคองอุตสาหกรรมต่อไปได้”นายกสมาคมประมงจังหวัดตราด กล่าว