เอเอฟพี – กาตาร์เผยโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลวใหญ่ที่สุดในโลกเสียหายเป็นวงกว้างจากการโจมตีของอิหร่านเพื่อล้างแค้นที่อิสราเอลไปถล่มแหล่งก๊าซเซาธ์พาร์สก่อนหน้านั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น 5% และราคาก๊าซในยุโรปพุ่งพรวด 35% ในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) ด้านทรัมป์ขู่เตหะรานถ้าไม่หยุดโจมตีกาตาร์ อเมริกาจะระเบิดเซาธ์พาร์สเป็นผุยผง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) ว่า วอชิงตันไม่รู้เรื่องที่อิสราเอลจะไปโจมตีแหล่งก๊าซเซาธ์พาร์สของอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดในโลก และสำทับว่า อิสราเอลจะไม่โจมตีเป้าหมายดังกล่าวอีก แต่ถ้าอิหร่านยังคงโจมตีกาตาร์ อเมริกาจะเป็นฝ่ายลงมือถล่มเซาธ์พาร์สให้ราบคาบ
กาตาร์เป็นหนึ่งในผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ชั้นนำของโลก เช่นเดียวกับอเมริกา ออสเตรเลีย และรัสเซีย โดยโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมราสลาฟฟานถือเป็นฮับแอลเอ็นจีใหญ่ที่สุดในโลก
สถานที่ดังกล่าวถูกอิหร่านโจมตีหลายครั้งนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น กาตาร์เอ็นเนอร์จี ซึ่งเป็นกิจการของรัฐบาล เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสฯ ว่า การโจมตีสองระลอกของอิหร่านในวันพุธทำให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อโรงงานผลิตแอลเอ็นจีหลายแห่ง
ราคาพลังงานพุ่งโด่งนับจากที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและแอลเอ็นจี 1 ใน 5 ของทั่วโลก ทว่า นักวิเคราะห์ชี้ว่า การพุ่งเป้าโจมตีโรงงานผลิตพลังงาน ไม่ใช่แค่คลังจัดเก็บหรือเส้นทางขนส่ง จะส่งผลกระทบในระดับและขอบเขตที่ต่างกัน
เธเรซา ฟอลคอน ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อการศึกษารัสเซีย ยุโรป และเอเชีย โพสต์บน X ว่า การโจมตีฮับพลังงานของกาตาร์เป็นการยกระดับสถานการณ์ความขัดแย้งในสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งมีแนวโน้มว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะยาวนานนับปี
อเมริกาและอิสราเอลเป็นฝ่ายเริ่มต้นสงครามเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ด้วยการโจมตีอิหร่านและสังหารผู้นำสูงสุด อยาตอลลาห์ อาลี คอเมเนอี นับจากนั้นเตหะรานเปิดฉากล้างแค้นด้วยการโจมตีทั้งอิสราเอล รวมถึงพันธมิตรและผลประโยชน์ของอเมริกาทั่วอ่าวเปอร์เซียและในอิรัก กลายเป็นการดึงทั้งภูมิภาคเข้าสู่สงคราม
ประเทศในอ่าวเปอร์เซียวิจารณ์การโจมตีของอิสราเอลต่อแหล่งก๊าซเซาธ์พาร์สในอิหร่านอย่างรุนแรง เนื่องจากแหล่งก๊าซดังกล่าวจัดหาก๊าซธรรมชาติถึงราว 70% ที่ใช้ในอิหร่าน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของเซาธ์พาร์ส/นอร์ธโดม ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซใหญ่ที่สุดในโลกที่อิหร่านและกาตาร์เป็นเจ้าของร่วมกัน
กาตาร์ระบุว่า การโจมตีดังกล่าว “อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ” ขณะที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประณามว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านพลังงานของโลกโดยตรง อีกทั้งยังเป็นการปลุกเร้าให้สถานการณ์ลุกลามและอันตรายยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากอิหร่านโจมตีราสลาฟฟาน กาตาร์สั่งให้ผู้ช่วยทูตทหารและความมั่นคงของอิหร่านพร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางออกจากกาตาร์
ทางด้านคูเวตรายงานเมื่อวันพฤหัสฯ ว่า โรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งถูกโดรนโจมตี ส่วนซาอุดีอาระเบียประกาศสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางทหาร หลังจากสกัดโดรนที่เล็งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทางตะวันออกของประเทศ
สัปดาห์นี้ อิสราเอลอ้างว่า สังหารผู้นำอิหร่านหลายคนที่รวมถึงอาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และเอสมาอิล คาติบ รัฐมนตรีข่าวกรอง
ในวันพฤหัสบดี โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนประณามการลอบสังการลาริจานีโดยระบุว่า การสังหารผู้นำรัฐบาลอิหร่านและโจมตีเป้าหมายพลเรือนเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
ทางด้านโมจตาบา คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านที่ไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารชนนับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งให้สืบทอดตำแหน่งจากผู้เป็นพ่อคือ อาลี คอเมเนอีนั้น ประกาศผ่านข้อความที่โพสต์บนเทเลแกรมเมื่อคืนวันพุธว่า เลือดทุกหยดมีราคาที่อาชญากรที่ฆ่าผู้พลีชีพเหล่านี้ต้องจ่ายเร็วๆ นี้
กลุ่มสิทธิมนุษยชนที่มีฐานอยู่ในอเมริการายงานว่า การโจมตีของอเมริกาและอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 3,000 คนในอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม แม้ถูกรุมโจมตีหนักหน่วง แต่อิหร่านยังคงตอบโต้กลับด้วยโดรนและขีปนาวุธทั่วตะวันออกกลาง โดยมีรายงานว่า คนงานไทยคนหนึ่งเสียชีวิตในอิสราเอล ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตในอิสราเอลเพิ่มขึ้นเป็น 15 คน
สมาคมเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์เผยว่า ซากขีปนาวุธที่หล่นร่วงลงในเขตเวสต์แบงก์ทำให้ผู้หญิงปาเลสไตน์ 3 คนเสียชีวิต
อิสราเอลยังโจมตีกลางกรุงเบรุตหลายระลอกในวันพุธ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน ทั้งนี้ เลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามหลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยิงจรวดโจมตีอิสราเอลเพื่อแก้แค้นการลอบสังหารอาลี คอเมเนอี

