xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวกรองมะกันล้มข้ออ้างทรัมป์ก่อสงคราม เผยอิหร่านไม่ได้ฟื้นเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เอเอฟพี – ข่าวกรองสหรัฐฯ ฟันธงอิหร่านไม่ได้พยายามฟื้นฟูโครงการเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมที่โดนอเมริกาและอิสราเอลถล่มเมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งตรงข้ามกับที่ทรัมป์ใช้เป็นข้ออ้างในการเปิดสงครามครั้งนี้

ทัลซี แก็บบาร์ด ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติที่เป็นพันธมิตรของทรัมป์ ส่งสัญญาณคลุมเครือเกี่ยวกับฉากหลังและผลลัพธ์ของสงครามที่ดำเนินมาถึงสัปดาห์ที่ 3 ระหว่างเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองวุฒิสภาเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) พร้อมกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ

แก็บบาร์ดระบุในคำชี้แจงที่จัดเตรียมล่วงหน้าว่า ปฏิบัติการมิดไนต์แฮมเมอร์ของอเมริกาเมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว ทำให้โครงการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลายราบคาบ และนับจากนั้นอิหร่านไม่ได้พยายามฟื้นศักยภาพดังกล่าวอีกเลย

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกวุฒิสมาชิกเดโมแครตจี้ถามซ้ำต่อหน้ากล้อง ฮับบาร์ดไม่ได้กล่าวย้ำข้อสรุปดังกล่าวโดยบอกว่า ไม่มีเวลามากพอที่จะอ่านคำชี้แจงให้ฟังทั้งฉบับ

ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มักบอกว่า สั่งโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เนื่องจากมีภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้น

ภายหลังจากปฏิบัติการเมื่อกลางปีที่แล้ว ทรัมป์อวดอ้างว่า อเมริกาทำลายที่ตั้งทางนิวเคลียร์ของอิหร่านราบคาบทั้งหมด ทว่า นับจากเปิดสงครามครั้งล่าสุด เขากลับบอกว่า เตหะรานกำลังจะผลิตระเบิดนิวเคลียร์สำเร็จในอีกไม่กี่สัปดาห์ ดังนั้น อเมริกาจึงต้องชิงลงมือก่อน

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และผู้สังเกตการณ์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับรายงานที่ระบุว่า อิหร่านซึ่งเพิ่งเจรจากับตัวแทนของทรัมป์แค่ไม่กี่วันก่อนที่จะถูกลอบโจมตีนั้น ใกล้ผลิตระเบิดนิวเคลียร์สำเร็จ

จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางของอเมริกา (ซีไอเอ) ยืนยันกับบรรดาวุฒิสมาชิกว่า เห็นได้ชัดว่า แม้อยู่ระหว่างการเจรจา แต่เตหะรานไม่มีความตั้งใจที่จะดำเนินการตามข้อตกลงที่เจราจากันอยู่

แก็บบาร์ดเคยประกาศชัดเจนว่า ต่อต้านสงครามกับอิหร่านระหว่างทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคเดโมแครต ก่อนลาออกจากพรรคในปี 2022

หนึ่งในผู้ช่วยอาวุโสของแก็บบาร์ดคือ โจเซฟ เคนต์ เพิ่งยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติเมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) โดยระบุว่า อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้น และยังบอกว่า ทรัมป์หลงกลอิสราเอลและสื่อหลายสำนัก

อย่างไรก็ตาม แรตคลิฟฟ์คัดค้านความเห็นของเคนต์ โดยยืนยันว่า อิหร่านเป็นภัยคุกคามต่ออเมริกามาตลอดระยะเวลาหลายปี และตอนนี้กลายมาเป็นภัยคุกคามเฉพาะหน้า

เกี่ยวกับประเด็นที่ผู้คนมากมายอยากรู้ว่า ทรัมป์ได้รับข้อมูลใดก่อนตัดสินใจร่วมกับอิสราเอลโจมตีอิหร่านนั้น แรตคลิฟฟ์เผยว่า ประชุมกับทรัมป์ “นับครั้งไม่ถ้วน” ก่อนการโจมตีระลอกแรก และตัวเขาเองสรุปสถานการณ์ให้ทรัมป์รับรู้สัปดาห์ละ 10-15 ครั้ง

แหล่งข่าวในแวดวงหน่วยงานข่าวกรองของอเมริกาเผยว่า ทรัมป์ได้รับคำเตือนว่า การโจมตีอิหร่านอาจจุดชนวนให้เตหะรานล้างแค้นโดยโจมตีประเทศพันธมิตรของอเมริกาในอ่าวเปอร์เซีย ทว่า เมื่อไม่กี่วันมานี้ ทรัมป์กลับบอกว่า นึกไม่ถึงว่า อิหร่านจะทำแบบนั้น

ทางด้านแก็บบาร์ดปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นว่า ได้สรุปสถานการณ์ต่อทรัมป์หรือถูกขอให้ประเมินแนวโน้มที่อิหร่านจะโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซียหรือปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ทรัมป์รับรู้ก่อนที่อเมริกาจะเปิดฉากโจมตีหรือไม่ โดยบอกแค่ว่า หน่วยงานด้านข่าวกรองจัดหาข่าวกรองที่เป็นกลางที่สุดทั้งหมดที่มีเพื่อให้ทรัมป์ใช้ประกอบการตัดสินใจ

วุฒิสมาชิกไมเคิล เบนเน็ตต์จากพรรคเดโมแครต โจมตีทรัมป์ว่า เคยประกาศว่า อเมริกาจะไม่ทำตัวเป็นตำรวจโลก แต่วันนี้เขากำลังทำให้อเมริกากลายเป็นตำรวจ คณะลูกขุน ผู้พิพากษา และเพชฌฆาตของโลก

นอกจากนั้นระหว่างการชี้แจงต่อวุฒิสมาชิก แก็บบาร์ดยังบอกว่า แม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งรวมถึงการเสียชีวิตของอยาตอลลาห์ อาลี คอเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด แต่ระบอบของอิหร่านยังคงสามารถกุมอำนาจและปกครองประเทศโดยไม่สะดุด

อย่างไรก็ตาม แก็บบาร์ดสำทับว่า ถ้ารัฐบาลชุดเดิมของอิหร่านอยู่รอด แต่อาจต้องใช้เวลานานนับปีจึงจะสามารถฟื้นกองทัพ ขีปนาวุธ และหน่วยโดรนสำเร็จ

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติคาดการณ์ว่า รัสเซียจะเดินหน้าทำสงครามในยูเครนต่อ โดยข่าวกรองของอเมริกาประเมินว่า รัสเซียยังคงถือไพ่เหนือกว่าในสงครามนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสนามรบที่ทรัมป์ประกาศว่า จะทำให้จบลงให้ได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่แล้ว

แก็บบาร์ดยังบอกอีกว่า อเมริกาจะเผชิญภัยคุกคาม หากสงครามในยูเครนหรือสงครามอื่นๆ ลุกลาม ซึ่งอาจนำไปสู่ความเป็นไปได้ในการใช้อาวุธนิวเคลียร์

ในส่วนจีนนั้น แก็บบาร์ดระบุว่า จีนกำลังปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยอย่างรวดเร็วโดยมีเป้าหมายในการเข้ายึดไต้หวัน ถึงกระนั้น ข่าวกรองของอเมริกาประเมินว่า ปักกิ่งน่าจะต้องการสร้างเงื่อนไขสำหรับการรวมประเทศกับไต้หวันโดยปราศจากความขัดแย้งมากกว่า