xs
xsm
sm
md
lg

ชี้คนฉวยโอกาสเก็บกุ้งรถคว่ำข้างถนนเถิน หากผิดจริงโทษคุกสูงสุด 7 ปี เผยบางคนพกทั้งถุง-กระสอบปุ๋ยมาพร้อมสรรพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ลำปาง – ผู้บัญชาการตำรวจภาค 5-ผู้บังคับการ ตร.ลำปาง ไฟเขียวให้ตำรวจเถินดำเนินคดีคนฉวยโอกาสเก็บกุ้งรถบรรทุกยางแตก-พลิกคว่ำ ตาม ม.335 ชี้หากพบผิดจริงโทษคุกสูงสุด 7 ปี ขณะที่ผู้เสียหายยืนยันตั้งใจให้เฉพาะคนมาช่วยจริงๆเท่านั้น แต่หลังเกิดเหตุร่วม 2-3 ชั่วโมง มีคนถือถุง-กระสอบปุ๋ย มากันเป็นกลุ่มใหญ่ อ้างได้ยินเสียงรถชนถึงมาดูทั้งที่อยู่ห่างเป็นกิโลฯ


เย็นวันนี้(19 มี.ค.69) นายวุฒิพงษ์ แก้วปาเฟือย นายอำเภอเถิน พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติ มาลีหวล ผกก.สภ.เถิน และพนักงานสืบสวน สอบสวน สภ.เถิน ได้เข้าร่วมสอบถามรายละเอียดผู้เสียหาย-ชาวบ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกรายละเอียดกรณีรถกระบะบรรทุกกุ้งยางแตกพลิกคว่ำลงข้างทาง บริเวณกิโลเมตรที่ 640 ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง และมีชาวบ้านฉวยโอกาสนำกุ้งสดที่บรรทุกมาด้วย เมื่อเวลาประมาณ 22.54 น. ของคืนวันที่ 16 มีนาคม

หลังเสร็จสิ้นการพูดคุยกัน นายวุฒิพงษ์ แก้วปาเฟือย นายอำเภอเถิน กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญชาวบ้านและผู้เสียหายมาเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ซึ่งยังมีบางประเด็นที่ไม่ตรงกัน ทางตำรวจจึงจะได้เชิญชาวบ้านมาสอบรายบุคคล ตอนนี้ทราบเพียงว่าทางผู้เสียหายได้แจ้งความไว้แล้วก็ต้องดำเนินไปตามกระบวนการของกฎหมาย

พ.ต.อ.กิตติ มาลีหวล ผกก.สภ.เถิน กล่าวว่า วันเกิดเหตุ จากการรวบรวมแล้วมีถึง 34 คน วันนี้มา 32 คน มาแสดงความบริสุทธิ์ของตนเอง ต่อหน้านายอำเภอเถิน ซึ่งชาวบ้านก็ยืนยันว่าได้รับอนุญาตจากเจ้าของรถว่าหากรถเคลื่อนที่แล้วก็จะให้นำกุ้งไปทำอาหารได้

ซึ่งข้อมูลตรงนี้ยังไม่ตรงกัน เพราะทางฝ่ายผู้เสียหายยอมรับเพียงว่า เจตนาจะให้กุ้งที่ออกจากกล่องที่ตกหล่นอยู่เฉพาะชาวบ้านที่มาช่วยเหลือจริงๆในช่วงแรก และจำป้าคนหนึ่งได้ ซึ่งจากการสอบถามก็พบว่าชุดแรกมีประมาณ4-5คน เจ้าของรถยอมรับว่าให้กุ้งจริงเพราะมาช่วยเหลือเขาจริงๆ และตนเองมีน้ำใจให้จริงๆ ประกอบกับกุ้งไม่อาจจะนำไปขายได้แล้ว


ส่วนที่ปรากฏในคลิปมีชาวบ้านมาจำนวนมากนั้นไม่ได้อนุญาต เพราะเป็นช่วงหลังเกิดเหตุแล้วประมาณ 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากเกิดเหตุประมาณห้าทุ่ม แต่ภาพตามคลิปคือประมาณตีสองกว่าเกือบตีสามแล้ว จึงสงสัยว่าชาวบ้านเหล่านั้นทราบและมารอได้อย่างไร ซึ่งก็มาพร้อมถุง-กระสอบปุ๋ย เพื่อมาเก็บกุ้งโดยเฉพาะ ขณะที่ชาวบ้านก็บอกอยู่ที่บ้านแต่ได้ยินเสียงจึงมาดู ซึ่งความจริงแล้วบ้านของชาวบ้านอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 1 กิโลเมตร

เบื้องต้นต้องเรียกชาวบ้านทั้ง 34 คน มาสอบปากคำรายบุคคล หากมีการรับว่าเอาไปจริงก็จะดำเนินคดีและส่งฟ้องศาล โดยจะแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนในบริเวณที่มีอุบัติเหตุ ตามมาตรา 335 อนุ 1 และ 2 โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

ทั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค5 และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้กำชับเน้นย้ำมาว่า ให้ทำตามกฎหมายเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและหลาบจำ และเป็นคดีอาญาแผ่นดินยอมความไม่ได้ ถ้าพบกระทำความผิดจริงก็ต้องดำเนินกฎหมาย

ขณะนายอำเภอเถิน ได้ใช้โอกาสนี้เตือนชาวบ้านไปแล้วและตนก็อยากฝากว่าการกระทำแบบนี้เป็นการทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของคนพื้นที่และตัวอำเภอด้วย หากเราไปช่วยด้วยจิตใจบริสุทธิ์จริงต้องไม่หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้วก็พิสูจน์ยาก

“ตอนนี้ต้องมีการแยกประเภทแต่ละคน เพราะบางคนเขาก็ตั้งใจมาช่วยจริง บางส่วนก็มีจุดประสงค์แอบแฝง ซึ่งต้องเรียกมาสอบปากคำทีละคน แต่จะทำให้เรียบร้อยภายในสิ้นเดือนนี้เพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจกันมากด้วย”